Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การส่งเสริมอาชีพของผู้สูงวัยเพื่อการยกระดับผลิตภัณฑ์แบรนด์ผู้สูงวัยสู่ตลาดสากล

ชลภัสสรณ์ สิทธิวรงค์ชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ทุนทางเศรษฐกิจของชุมชนสู่การพัฒนาอาชีพและผลิตภัณฑ์ของผู้สูงวัย 2) พัฒนาและส่งเสริมอาชีพของผู้สูงวัยในชุมชน 3) พัฒนาผลิตภัณฑ์แบรนด์ของผู้สูงวัย และ 4) ยกระดับผลิตภัณฑ์แบรนด์ของผู้สูงวัยสู่ตลาดสากล เป็นกรอบการวิจัย พื้นที่ดำเนินการวิจัย คือ ตำบลดอนมะโนรา และตำบลจอมปลวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงวัยในจังหวัดสมุทรสงคราม ใช้วิธีคัดเลือกแบบสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติเชิงพรรณนา ใช้ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมาน ใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน และการวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า 1. ความคิดเห็นเกี่ยวกับทุนทางเศรษฐกิจของชุมชนสู่การพัฒนาอาชีพและผลิตภัณฑ์ของผู้สูงวัย จำแนกเป็น (1) สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ พบว่า ประชากรส่วนใหญ?ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและกสิกรรม ได้แก่ การทำสวนมะพร้าว การทำสวนผลไม้ เช่น ลิ้นจี่ ส้มโอ กล้วย พืชผักต่าง ๆ การประมง ทำนาเกลือ และทำนาข้าวบ้างเล็กน้อย อุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป?นขนาดเล็ก โดยอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรม ผลิตน้ำปลา อาหาร แปรรูปสัตว์น้ำ แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสงครามขยายตัวอย่างต?อเนื่อง เป?นผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เป็นปัจจัยสนับสนุนให้อำนาจซื้อในมือประชาชนเพิ่มขึ้น ทำให้ภาคการบริโภคและภาคบริการของจังหวัดขยายตัว ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่ดีของจังหวัดและการเร่งเบิกจ่ายการใช้จ่ายภาครัฐ ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง รวมทั้งผลผลิตภาคเกษตรขยายตัวเช่นกัน (2) สถานที่ท่องเที่ยว แบ่งได้ (2.1) สถานที่สำคัญ ได้แก่ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ดอนหอยหลอด ตลาดน้ำอัมพวา ค่ายบางกุ้ง อนุสรณ์สถานแฝดสยาม อิน-จัน อุทยาท ร.2 บ้านแมวไทยโบราณ พิพิธภัณฑ์เรือ ตลาดริมทางรถไฟ (ตลาดร่มหุบ) เตาตาล และบ้านพักแบบโฮมสเตย์ (2.2) วัดที่สำคัญ ได้แก่ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อาสนวิหารแม่พระบังเกิด วัดบางกะพ้อม วัดภุมรินทร์กุฎีทอง วัดจุฬามณี วัดอัมพวันเจติยาราม วัดบางแคน้อย วัดบางแคใหญ่ วัดศรัทธาธรรม วัดอินทราราม วัดบางกุ้ง และโบสถ์ปรกโพธิ์ และ (2.3) ตลาดน้ำ ได้แก่ ชุมชน/ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำท่าคา และตลาดน้ำบางน้อย (3) เครือข่ายการประกอบอาชีพของผู้สูงอายุ พบว่า มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันเพื่อสร้างเครือข่ายในการตอบสนองการสร้างอาชีพ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน ซึ่งผู้สูงอายุบางกลุ่มประกอบอาชีพเสริม และบางกลุ่มประกอบอาชีพหลักของตน เพื่อดำรงภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ให้ชนรุ่นหลัง ในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เป็นการรวมตัวตามความเหมาะสมของเวลาและโอกาสของผู้สูงอายุ (4) การได้รับการสนับสนุนการประกอบอาชีพ พบว่า ได้รับการส่งเสริม สนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่อความต้องการรวมกลุ่มอาชีพของผู้สูงอายุ เพื่อสร้างความมั่นคงและความเข็มแข็งในอาชีพ โดยมีขอบเขตในการปฏิบัติงานให้ เพื่อมีความเห็นสอดคล้องกับการทำงาน และส่งผลให้เกิดระบบการจัดการในการดำเนินงานที่ส่งผลต่อปัจจัยด้านการประกอบอาชีพของคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ให้เกิดเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกัน อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมอาชีพท้องถิ่นที่มีอยู่ดั้งเดิมและสามารถสอดคล้องกับแผนพัฒนาขององค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้มีความเข็มแข็งและมีการบริหารจัดการที่ดี และ (5) ความต้องการในการพัฒนาอาชีพ พบว่า การประกอบอาชีพของผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกร และค้าขาย ซึ่งอยากให้ช่วยเรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากการเกษตร การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนช่องทางการจัดจำหน่าย 2. การวิเคราะห์ทุนทางสังคมด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของชุมชนในจังหวัดสมุทรสงคราม พบว่า (1) ทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของคนในชุมชน เป็นองค์ประกอบหนึ่งของทุนทางสังคมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพในพื้นที่ของชุมชนที่มีร่วมกันจนทำให้วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ดีงามของคนในอดีต ที่คิด ทำขึ้น แสดงออก และสืบทอดด้วยการปฏิบัติ ซึ่งสามารถจับต้องได้ และจับต้องไม่ได้ ซึ่งลักษณะทั้ง 3 ชุมชนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) วัฒนธรรมที่เป็นมรดกตกทอด เกิดจากภูมิปัญญาของมนุษย์ 2) วัฒนธรรมอันเป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์พิเศษหรือเนื้อในของวัฒนธรรม และ 3) วัฒนธรรมที่ภูมิปัญญาดังเดิมและภูมิปัญญาสมัยใหม่ (2) ทุนทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของชุมชน มีความพร้อมในด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ เนื่องจาก เป็นชุมชนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสงครามเป็นศูนย์กลางความเจริญของเมืองรอง ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมไม่ต่างจากกรุงเทพ โดยประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ประกอบอาชีพทางเกษตรกรรมและกสิกรรม ได้แก่ การทำสวนมะพร้าว สวนผลไม้ เช่น ลิ้นจี่ ส้มโอ พืชผักต่าง ๆ การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง พื้นที่เพาะปลูกของจังหวัด ประมาณ 142,000 ไร่ ในเขตอำเภอบางคนที จะมีพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด รองลงมา คือ อำเภออัมพวา และอำเภอเมืองฯ พืชสำคัญ ได้แก่ มะพร้าว ลิ้นจี่ ส้มโอ และข้าว และ (3) ทุนทางการท่องเที่ยว สภาพการท่องเที่ยวชุมชนในปัจจุบัน กำลังจะพัฒนาขึ้นเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแล้วนั้นจำเป็นที่จะต้องมีองค์ประกอบต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น มิใช่เพียงแต่การมีวัตถุดิบทางการท่องเที่ยว คือ ความสวยงามทางธรรมชาติ ศิลปกรรม โบราณสถาน วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีการดำเนินชีวิตในสังคมของคนท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดใจให้เกิดการท่องเที่ยวเหมือนที่เป็นมาในอดีตเท่านั้น แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นจะต้องมีองค์ประกอบต่าง ๆ อีกหลายประการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลสามารถแบ่งความเกี่ยวข้องที่สัมพันธ์กันขององค์ประกอบด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ 1) ทรัพยากรธรรมชาติ 2) โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยว 3) การคมนาคมขนส่ง และ 4) ทรัพยากรทางวัฒนธรรม 3. หลักสูตรการส่งเสริมอาชีพของผู้สูงวัยเพื่อการยกระดับผลิตภัณฑ์แบรนด์ผู้สูงวัยสู่ตลาดสากล จำนวน 5 หลักสูตร แบ่งเป็น (1) การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จำนวน 3 หลักสูตร ได้แก่ (1.1) หลักสูตรการทำน้ำตาลมะพร้าว (1.2) หลักสูตรการทำกล้วยฉาบ และ (1.3) หลักสูตรการทำขนมเปี๊ยะ และ (2) การแปรรูปวัสดุเหลือทิ้ง จำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ (2.1) หลักสูตรการทำสบู่เหลวจากดอดกุหลาบ และ (2.2) หลักสูตรการทำถุงไม้หอมจากดอกกุหลาบ 4. องค์ประกอบรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพของผู้สูงวัย ทั้งหมด 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ด้านการอบรมอาชีพ (2) ด้านความรู้และประสบการณ์ (3) ด้านการจัดตั้งสถานที่จัดจำหน่าย และ (4) ด้านการทำเอกสารงบประมาณ สามารถอธิบายรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพของผู้สูงวัย ได้ร้อยละ 68.28 พบว่า รูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพของผู้สูงวัย = 1.898 + (.504 * ด้านการอบรมอาชีพ (x1)) + (.035 * ด้านการทำเอกสารงบประมาณ (x4)) สามารถอธิบายรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพของผู้สูงวัย ได้ร้อยละ 81.3 โดยมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการพยากรณ์ เท่ากับ .115 5. โลโก้ผลิตภัณฑ์แบรนด์ผู้สูงวัย เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้สูงวัยในชุมชน มาถ่ายทอดเป็นสินค้าที่แสดงถึงอัตลักษณ์ วิถีชีวิตของชุมชนที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมีเสน่ห์ แบ่งเป็น 3 สีที่มีโทนอบอุ่น สบายตา และมีความตัวแทนวิถีชีวิตของผู้สูงวัยในชุมชน ได้แก่ (1) สีฟ้า แสดงถึง ความเป็นธรรมชาติของผืนน้ำ แม่น้ำลำคลอง ซึ่งสายน้ำเป็นวิถีชีวิตที่ผูกพันธ์กับผู้คนในชุมชนแห่งนี้มาอย่างยาวนาน (2) สีน้ำตาล แสดงถึง ความเป็นธรรมชาติของผืนดิน สะท้อนการดำรงชีพด้านเกษตรกรม รวมถึงเป็นสีจากวัสดุในท้องถิ่นที่นำมาใช้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์ผู้สูงวัย และ (3) สีเขียว แสดงถึง ความเป็นธรรมชาติของต้นไม้ พืชพรรณต่าง ๆ ในท้องถิ่น 6. การพัฒนาผลิตภัณฑ์แบรนด์ผู้สูงวัย ตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช) แบ่งเกณฑ์มาตรฐาน 3 ด้าน ได้แก่ (1) คุณสมบัติด้านรสชาติ (2) คุณสมบัติด้านสีสัน และ (3) คุณสมบัติด้านการเก็บรักษา จากการสัมภาษณ์ตัวแทนผู้สูงอายุ ตัวแทนประธานชมรมผู้สูงอายุ ตัวแทนผู้นำชุมชน และตัวแทนสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ซึ่งนำมาสู่การออกแบบโลโก้และพัฒนาผลิตภัณฑ์แบรนด์ผู้สูงวัย จำนวนทั้งสิ้น 30 ผลิตภัณฑ์ จำแนกเป็น (1) ผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 22 ผลิตภัณฑ์ และ (2) ผลิตภัณฑ์ประเภทของใช้ จำนวน 8 ผลิตภัณฑ์ 7. การยกระดับผลิตภัณฑ์แบรนด์ของผู้สูงวัยสู่ตลาดสากล พบว่า ผลิตภัณฑ์แบรนด์ผู้สูงวัย จำนวน 7 ผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ OTOP เครื่องหมายพัฒนาชุมชน (พช.) และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) โดยช่องทางการจัดจำหน่ายแบบสมัยใหม่ (Modern Trade) สำหรับผลิตภัณฑ์แบรนด์ของผู้สูงวัยสู่ตลาดสากล ได้แก่ (1) สังคมออนไลน์ (2) ร้านค้าออนไลน์ และ (3) ร้านค้าชุมชน ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะที่ได้จากการวิจัย 1.1 สำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม ควรร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมอาชีพของผู้สูงวัยด้วยการจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง 1.2 สำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม ควรร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบรนด์ผู้สูงวัย อันนำไปสู่การยื่นจดรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 2. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการนำไปใช้ประโยชน์ 2.1 หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ควรมีนโยบายเฉพาะที่จะส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพอาชีพของผู้สูงวัย เช่น นักพัฒนาชุมชนเพื่อให้บุคลากรเหล่านี้ได้มีความรู้ ความเข้าใจและรับทราบบทบาทหน้าที่ของตนและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มความสามารถเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และพึงพอใจแก่ผู้สูงวัยต่อไป 2.2 ผู้บริหารท้องถิ่น ควรกำหนดเป็นนโยบายหลักขององค์กรในการพัฒนาคุณภาพอาชีพของผู้สูงวัยในพื้นที่ให้ดีขึ้น 2.3 ควรรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพอาชีพผู้สูงวัย เช่น ด้านนโยบาย สถานที่ กิจกรรม วัสดุอุปกรณ์การประสานงาน บุคลากร เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของผู้สูงวัยในท้องถิ่น 2.4 ควรส่งเสริมการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของชุมชนให้ผู้สูงวัยรับทราบ รวมทั้งประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ผู้นำชุมชน พัฒนาชุมชน สาธารณสุข เพื่อขอข้อมูลผู้สูงอายุมาตั้งงบประมาณ การพัฒนาคุณภาพอาชีพผู้สูงอายุให้ทั่วถึง 3. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 3.1 ควรจะศึกษาผู้สูงวัยทั้งหมดในพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์และรับทราบปัญหาความต้องการของผู้สูงอายุเพื่อหาแนวทางในการเตรียมความพร้อมสู่เป้าหมายการยกระดับพัฒนาคุณภาพอาชีพของผู้สูงวัยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป 3.2 ควรศึกษาการจัดตั้งกลุ่มอาชีพผู้สูงวัยที่หน่วยงานภาครัฐสามารถสนับสนุนงบประมาณในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของผู้สูงวัย 3.3 ควรแยกศึกษารายละเอียดในแต่ละองค์ประกอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกครอบคลุมในทุกมิติ โดยอาจนำเทคนิคการวิจัยเชิงคุณภาพ เช่น การสัมภาษณ์ระดับลึกรายบุคคล การสนทนากลุ่มแบบเจาะจง รวมถึงการเก็บข้อมูลจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมาใช้ในการรวบรวมข้อมูล

คำสำคัญ

ผู้สูงวัยการส่งเสริมอาชีพBrands Seniors / International MarketPromoting the Careers / Seniors / Productsตลาดสากลผลิตภัณฑ์แบรนด์ผู้สูงวัย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนเครือข่ายสายคลองบางบัว เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

ดาวพระศุกร์ ทองกลิ่น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพของผู้สูงอายุเพื่อลดการพึ่งพาสังคม

สุเมษ สายสูง สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2559

การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมผู้สูงอายุที่มีศักยภาพให้มีบทบาทในการทำงานเชิงเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชัยภูมิ

สุนทร ปัญญะพงษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2561

นวัตกรรมทางสังคมเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้สูงวัย

สิรินธร สินจินดาวงศ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม พ.ศ. 2564

กระบวนการส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงอายุในท้องถิ่น

ใจสคราญ จารึกสมาน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2563

การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้และอาชีพของผู้สูงอายุ : การเรียนรู้เพื่อส่งเสริมภาวะพฤฒิพลัง

ทนงศักดิ์ ยิ่งรัตนสุข มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2557

การพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุในการสร้างงานสร้างอาชีพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทำผักดองปลอดสารพิษ สำหรับผู้สูงอายุ บ้านโคกก่อง ตำบลโนนสะอาด อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ

ประสิทธิ์ นนทะเสน มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2565

การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ของผู้สูงอายุ ในชนบท

พิมพงา เพ็งนาเรนทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี พ.ศ. 2559

การใช้แรงงานผู้สูงอายุ เพื่อพัฒนาสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาและการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชน ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

ลัดดาวัลย์ สำราญ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2563

สังคมผู้สูงอายุ: ปัจจัยการตลาดที่เปลี่ยนไป

วัชรากรณ์ ชีวโศภิษฐ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2562