กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยการสร้างตลาดออนไลน์เกษตรกรนาเกลือและนาข้าวเพื่อยกระดับมูลค่าและคุณค่าผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ วิถีวิธีบ้านดุง มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างตลาดออนไลน์ในรูปแบบเว็บไซต์ สำหรับรองรับสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของเกษตรกรนาเกลือและนาข้าว อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ที่มีประสิทธิภาพ ขายได้ ซื้อดี และยั่งยืน และขยายผลไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไป และเพื่อสร้างการเรียนรู้ให้ ชาวบ้าน ชุมชนและ SMEs ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เข้าใจการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการร้านค้า การขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูง และการบริการหลังการขายที่สามารถตอบสนองลูกค้าออนไลน์ได้อย่างดีเยี่ยม และถอดบทเรียนเพื่อสร้างต้นแบบ สำหรับขยายผลไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไป เว็บไซต์ตลาดออนไลน์ บ้านดุงแบรนด์ ที่โครงการวิจัยนี้พัฒนาขึ้นโดยใช้ชื่อว่า Bandungbrand .com โดยมี 2 ส่วนประกอบ ได้แก่ ระบบจัดการเว็บไซต์ และส่วนติดต่อผู้ใช้ ซึ่งผลการประเมินความพึงพอใจได้ข้อสรุปว่าว่า ระบบจัดการเว็บไซต์ สำรวจความพึงพอใจจากกลุ่มผู้ขาย ชาวบ้าน ชุมชน และ SMEs ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง ที่ร่วมโครงการวิจัย จำนวน 30 คน พบว่า (1) การบริหารจัดการร้านค้ามีความง่ายและสะดวกในการใช้งาน(4.32) มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (2) เว็บไซต์มีการจัดการการแจ้งเตือนและการจัดส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ(4.48) มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก และ (3) ระบบหลังบ้านใช้งานง่ายและมีความปลอดภัยสูง(4.00) มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก จึงสรุปว่าความพึงพอใจโดยเฉลี่ยของระบบจัดการเว็บไซต์ 4.27 อยู่ในระดับพึงพอใจมาก หากดูจากคะแนนประเมินจะเห็นว่าความยากง่ายและความปลอดภัยของระบบจัดการเว็บไซต์ยังต้องพัฒนาต่อไป เพื่อให้ผู้ขายสินค้าและบริการใช้งานได้ง่ายมากขึ้น ส่วนติดต่อผู้ใช้ สำรวจความความพึงพอใจจากกลุ่มผู้ขาย ชาวบ้าน ชุมชน และ SMEs ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง ที่ร่วมโครงการวิจัย จำนวน 30 คน พบว่า ด้านเนื้อหา มีคะแนนเฉลี่ย 4.34 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก และด้านการออกแบบ มีคะแนนเฉลี่ย 4.43 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก นอกจากนี้ยังสำรวจความพึงพอใจต่อการใช้งานเว็บไซต์ บ้านดุงแบรนด์ ในกลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ บ้านดุงแบรนด์ จำนวน 50 คน พบว่า ด้านเนื้อหามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.19 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ด้านการใช้งานมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.19 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก และในด้านการออกแบบมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนการวิเคราะห์เครือข่ายความไว้ใจของผู้ขายสินค้าและบริการ พบว่า นายวิรัตน์ ชีพจำเป็น เจ้าของสวนกำนันพันล้าน และเป็นกำนันตำบลโพนสูง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นผู้ขายสินค้าและบริการที่ได้รับความไว้ใจและการแนะนำบอกต่อมากที่สุดในเครือข่ายความไว้ใจของผู้ขายสินค้า กลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP และ SMEs ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. Operational use of deliverable
เมื่อโครงการวิจัยเสร็จสิ้น ทีมวิจัยจะเผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการใช้งานจริง จะทำให้โลกได้เห็นว่าการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาชุมชนชนบทและส่งเสริมวิถีชุมชนนั้นเป็น ไปได้ เทคโนโลยีแนวคิดใหม่ที่สามารถนำมาเปลี่ยนแปลงโลกในหลากหลายมิติ ไม่ใช่แค่การทำลายสิ่งเดิม อย่างที่หลายคนมอง แต่มันยังสามารถช่วยรักษาเอาไว้ได้ หากเราประยุกต์เทคโนโลยีเหล่านั้นได้อย่าชาญฉลาด
เครื่องมือและเทคโนโลยีเกี่ยวกับตลาดออนไลน์ที่จะนำมาเป็นแกนหลักในการสร้างแพลตฟอร์มปัจจุบันมีการวิจัยพัฒนาและนำมาใช้งานจริงให้เป็นตัวอย่างมากมาย ซึ่งหากเราได้เรียนรู้และปรับมาใช้กับการวิจัยของเราจะทำให้เกิดผลการวิจัยตามที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งกลุยุทธ์การประชาสัมพันธ์ที่เราต้องเรียนรู้จากตลาดออนไลน์ในปัจจุบันให้มาก
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. actual project solution (s) proven in relevant environment
เมื่อเสร็จสิ้นโครงการวิจัย เราจะได้แพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ ที่ผ่านการ สร้าง พัฒนา ทดสอบประสิทธิภาพโดยการใช้งานจริง และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ อันจะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาพื้นที่เป้า หมาย สร้างงานสร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้วยกระบวนการวิจัย ตั้งแต่การลงพื้นที่หาข้อมูลที่นักวิจัยและชาวบ้านต้องทำร่วมกัน ไปจนถึงการฝึกอบรมและเริ่มเปิดให้บริการแพลตฟอร์ม จะทำให้เกิดเครือข่ายทางสังคมที่เข้มแข็งในพื้นที่ และชาวบ้านจะเข้าใจกระบวนการวิจัยมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาด้วยตนเอง อีกทั้งยังเปิดรับการวิจัยและนวัตกรรมใหม่ ๆ สร้างมิติใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคมชนบท
จากการสัมภาษณ์ชาวบ้าน และประสบการณ์ของทีมวิจัย ทั้งในฐานะประชาชนในพื้นที่ นักวิจัย และนักบริการทางสังคม ทำให้เห็นว่าชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี มีความพร้อมและยอมรับการเปลี่ยนแปลง จึงถือว่าง่ายที่จะนำกระบวนการวิจัยไปใช้ในพื้นที่