กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาวิจัย ระบบแจ้งเตือนน้าเค็มรุกล้าและตรวจวัดคุณภาพน้าออนไลน์กลุ่มเกษตรกรต้าบลขนาบนากอ้าเภอปากพนัง มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตั งระบบตรวจวัดคุณภาพน้าแบบ Real-Time ในพื นที่ต้าบลขนาบนาก ประกอบด้วยค่าอุณหภูมิ (Temperature) ความเค็ม (Salinity) ค่าการน้าไฟฟ้า (Conductivity) ค่าออกซิเจนละลาย (DO) ค่าความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ (BOD) และค่าปริมาณอัตราการไหลของน้า (Water Flow Sensor) พร้อมทั งจัดท้าระบบแจ้งเตือนรุกล้าของน้าเค็มผ่าน Mobile application แสดงคุณภาพน้าออนไลน์ มีการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมทางสังคมส้าหรับเฝ้าระวังด้านการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้าและลดความขัดแย้งในการใช้น้าของชุมชนผ่านเครือข่ายดิจิทัล โดยการประยุกต์ใช้ร่วมกับระบบอินเทอร์เน็ตของทุกสรรสิ่ง (IoTs) ผลการศึกษาวิจัย ระดับความร่วมมือของชุมชนด้านการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมทางสังคมส้าหรับเฝ้าระวังด้านการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้าและลดความขัดแย้งในการใช้น้าของชุมชนผ่านเครือข่ายดิจิทัลอยู่ในระดับมีความพึงพอใจมาก และผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบตรวจวัดคุณภาพน้าและแอบพลิเคชันซอฟท์แวร์ที่พัฒนาขึ นทั ง 5 ด้านด้วยแบบทดสอบ Black box testing กับผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้งาน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับความพึงพอใจมาก แสดงให้เห็นว่าระบบที่พัฒนาขึ นนี สามารถใช้งานได้ดีและมีประสิทธิภาพ สามารถน้าไปใช้ในการบริหารจัดการน้าเพื่อการเกษตรของชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดการใช้น้าร่วมกันอย่างสันติ ลดความเสี่ยงและความเสียหายจากการรุกล้าของน้าเค็ม เกิดการสร้างรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรอันน้าไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรเกษรกร การจัดการฟาร์มเกษตรแม่นย้า (Precision agriculture) และความยั่งยืนในอาชีพ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นระบบที่ใช้ได้ทันที
เป็นงานวิจัยที่ยังไม่มีการจัดทำมาก่อน ดังนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการศึกษาเรื่องนี้ที่ได้นำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับการเกษตรในพื้นที่
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area
ระบบที่ได้จะเป็นที่พึงพอใจของสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ และนำไปใช้ได้จริง
มีการวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดความพร้อมของความรู้และเทคโนโลยีทางด้านสังคมที่มีเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากคณะผู้วิจัยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำชุมชนและสมาชิกกลุ่มการเกษตรเป็นอย่างดี