Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การสร้างพลังชุมชนวัฒนธรรมแห่งความดีสู่การเชื่อมวิถีชีวิตคนสองนา มหานครแห่งการท่องเที่ยวอีสานตอนบน

ภูสิทธ์ ภูคำชะโนด มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อชื่อรายงานการวิจัย : การสร้างพลังชุมชนวัฒนธรรมแห่งความดีสู่การเชื่อมวิถีชีวิตคนสองนามหานครแห่งการท่องเที่ยวอีสานตอนบนชื่อผู้วิจัย : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูสิทธ์ ภูคำชะโนด ปีที่ทำการวิจัย : 2563-------------------------------------------------การวิจัยในครั้งนี้กำหนดวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาพลังชุมชน ศักยภาพชุมชน ความพอเพียง ทุนวัฒนธรรมของประชาชน 2 กลุ่มเกษตรกรนาเกลือและนาข้าว และเพื่อแนวทางสร้างเอกลักษณ์วิถี-วิธีบ้านดุงจากพื้นที่ร่วมพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่ 4 ตำบลผลกระทบจากนาเกลือ นาข้าวในอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ด้วยแบบสอบถามจาก 400 กลุ่มตัวอย่าง และทำการสัมภาษณ์ประชาชน กลุ่มอาชีพในชุมชมท้องถิ่น จำนวน 30 คน พบผลการวิจัยว่า ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวนา รายได้ต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ทุกคนในหมู่บ้านจะเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน มีการพบปะพูดคุย สนทนาปรึกษาและขอความช่วยเหลือกับเพื่อนบ้านที่สนิทสนมคุ้ยเคยกันเกือบทุกวันใน 1 สัปห์ดา เป็นผู้ที่มีการเป็นสมาชิกลุ่มทางสังคม สังกัดกลุ่มสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง กลุ่มอาชีพของหมู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ มีโอกาสในการสร้างพลังชุมชนแบบหลวมทำตามหน้าที่กล่าวคือ การมีเหตุผลในการดำรงชีวิตต้องรู้จักเคารพกติกาของชุมชน การมีส่วนร่วมในการทำงานพัฒนา งานจิตอาสา การบุญกุศล ทุกคนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมใจกันทุกงานประจำหมู่บ้าน แต่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รู้รักสามัคคี เป็นความรู้สึกร่วมในความเป็นชุมชนมีน้อยมาก อย่างไรก็ตามยังมีการประกอบอาชีพเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมาชิกในครอบครัวมีส่วนร่วมในกิจกรรมของหมู่บ้านเสมอ แต่เมื่อพิจารณาการรวมกลุ่มการมีภาคี เครือข่าย องค์กรในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างชัดเจนมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ทั้งนี้การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทำบุญตามเทศกาลประจำหมู่บ้าน และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมประเพณีลอยกระทง ทำบุญประจำหมู่บ้าน วัฒนธรรมของชุมชนประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด รู้จักมัธยัสถ์ใช้เงินอย่างมีคุณค่า และการประหยัดใช้สิ่งของในครัวเรือน แต่น่าแปลกใจคือการลด ละ เลิกอบายมุข การรวมกลุ่มพัฒนาอาชีพเป็นวิสาหกิจชุมชน และการจัดทำบัญชีครัวเรือน กลับมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด เมื่อพิจารณาว่ามีวิธีพอเพียง ประชาชนกว่าทั้งหมดให้ความสำคัญกับการมีเงินออมในธนาคาร การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ไว้ในพื้นที่บริเวณบ้าน การมีเงินออมไว้ในกองทุน หรือกลุ่มออมทรัพย์มากที่สุด ยังพบว่าปัจจุบันบุคคลที่ชัดเจนที่สุดคือ ประชาชนที่มีอาชีพทำนา อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป รายได้ไม่เกิน 5,000 บาท อยู่ในฐานะผู้นำครอบครัวทั้งเพศชายหรือหญิงจะมีพลังชุมชน ศักยภาพต่อชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ มีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน มีการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทั้งวิถี-วิธีพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีที่สุด ขณะเดียวกันในการวิจัยพบสิ่งสำคัญว่า คนสองนา เป็นคำที่สะท้อนเรื่องอาชีพในครอบครัว และหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ผลกระทบนาเกลือและนาข้าว ซึ่งทั้ง 2 นามีความยิ่งใหญ่ในการเป็นถิ่นฐานสร้างอาชีพ เลี้ยงชีวิตของคนในครอบครัวให้อยู่แล้วใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับอาชีพจากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกคนรุ่นหนึ่งจึงเรียกว่า คนสองนามหานคร จึงเป็นเรื่องราวและเป็นเรื่องเล่าสืบทอดต่อกันได้ทั้งวิถีชีวิต และการทำมาหากินในพื้นที่ซึ่งเป็นคติที่หนึ่งในการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ อีกอย่างคือการที่ คนหนึ่งครอบครัวหนึ่งได้ทำอาชีพทั้ง 2 อาชีพ คือ นาเกลือ และนาข้าวในหนึ่งฤดูกาล รอบ 1 ปีที่แบ่งเป็นช่วงคือ ช่วงที่ 1 หน้าฝนช่วงคนวิถีนาข้าวอยู่ 6 เดือน คือ เดือนมิถุนายน – เดือนพฤศจิกายนของทุกปี ส่วนคนที่ทำนาเกลือช่วงนี้จะเป็นการต้มเกลือ ค้นหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สำหรับการทำเกลือส่งไปขายทั้งขายแบบปลีก และแบบส่ง ขึ้นอยู่กับลูกค้าที่สั่งจองไว้พอเริ่มเดือนธันวาคมจะเป็นการลงทำนาเกลือไปอีก 6 เดือน คือ เดือนธันวาคม – เดือนพฤษภาคมของทุกปีเช่นเดียวกัน หัวใจสำคัญของคนสองนา คือ ต้องใช้ประโยชน์จากพื้นที่นาทั้ง 2 อาชีพเพื่อการดำรชีวิตอยู่ตลอดทั้งปี จนเกิด 3 แนวทางสร้างเอกลักษณ์วิถี-วิธีบ้านดุงจากพื้นที่ร่วมพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมและเศรษฐกิจให้เป็นพื้นที่รองรับการท่องเที่ยวเมืองรองของคำชะโนด ได้แก่ แนวทางที่ 1 ประชาชนได้มีอิสระในการประกอบอาชีพในพื้นที่นาเกลือและนาข้าวโดยรัฐสอนให้ประชาชนสร้างคุณค่าแบบผสมผสานระหว่างเกลือกับข้าวจะได้ข้าวพันธุ์ดีเป็นเอกลักษณ์ให้กับอำเภอบ้านดุง โดยไม่เพียงแค่ข้าวเท่านั้นต้องทำสวนผสมผสานกับนาเกลือแบบสลับน้ำนาเกลือและน้ำนาข้าวให้เกื้อกูลกัน แนวทางที่ 2 การให้ทุกครอบครัวยึดมั่นในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจึงจะรอดพ้นจากความทุกข์ยากได้ และแนวทางสุดท้ายคือ การรวมกลุ่มให้เป็น บ้านดุงแบรนด์ ให้ได้เพื่อนำเอาผลิตผล ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดไปจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่แหล่งท่องเที่ยวคำชะโนดเพื่อให้เงินได้หมุนเวียนในฐานรากชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากจะเข้มแข็ง โดย เน้นคุณภาพสินค้าทำมือ มีเรื่องราว มีบรรจุภัณฑ์ที่ดีมีเสน่ห์ของท้องถิ่น

คำสำคัญ

CultureวัฒนธรรมSufficiency EconomySocial Networkวิถีชีวิตcommunity empowermentWay of lifeเครือข่ายทางสังคมความพอเพียงพลังชุมชนBaandung District.Paddy Field and Rock Salt Fieldสองนาเกลือนาข้าวอำเภอบ้านดุง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาการพัฒนาศักยภาพชุมชนบนฐานทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

วรรณษา แสนลำ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2564

การพัฒนาและการสร้างสรรค์คุณค่าการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่เน้นวิถีชีวิตท้องถิ่นและ ผลิตภัณฑ์ชุมชนบนฐานความพอเพียง : กรณีศึกษาตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

ศิริกรณ์ กันขัติ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2565

การพัฒนาศักยภาพของคนในท้องถิ่นเพื่อการจัดการการท่องเที่ยวและสื่อสารเพื่อสร้างอัตลักษณ์ชุมชนอย่างยั่งยืน ของกลุ่มชาติพันธุ์ไท-ยวน จังหวัดสระบุรี

พรรณนิภา เดชพล มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี พ.ศ. 2563

การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่โดยชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคมพหุวัฒนธรรม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

พิชญา สุวรรณโน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566

รูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคม : กรณีศึกษาตำบลนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา

พิชญา สุวรรณโน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลบวกค้าง บนพื้นฐานชีวิตวิถีใหม่เชิงสร้างสรรค์

วรพล วัฒนเหลืองอรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2566

การจัดการแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์ชุมชนบนฐานเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่น

นิธิภัทร บาลศิริ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี พ.ศ. 2561

การพัฒนาเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลด่านศรีสุขสู่การเป็นผู้ประกอบการทางสังคม

อชิรพัฒน์ สิงห์ทรายขาว สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566

การมีส่วนร่วมของชุมชนไทบรูในการอนุรักษ์ สืบสานและการสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาหัตถกรรมพื้นถิ่นไทบรูบ้านท่าล้ง และบ้านเวินบึก อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี การศึกษาในฐานะทุนทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์

มานิตย์ โศกค้อ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2560

การพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมภูเตาโปงบ้านบุ่งกุ่ม ตำบลนาหอ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

พยุงพร ศรีจันทวงษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2560