กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อชื่อรายงานการวิจัย : การสร้างพลังชุมชนวัฒนธรรมแห่งความดีสู่การเชื่อมวิถีชีวิตคนสองนามหานครแห่งการท่องเที่ยวอีสานตอนบนชื่อผู้วิจัย : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูสิทธ์ ภูคำชะโนด ปีที่ทำการวิจัย : 2563-------------------------------------------------การวิจัยในครั้งนี้กำหนดวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาพลังชุมชน ศักยภาพชุมชน ความพอเพียง ทุนวัฒนธรรมของประชาชน 2 กลุ่มเกษตรกรนาเกลือและนาข้าว และเพื่อแนวทางสร้างเอกลักษณ์วิถี-วิธีบ้านดุงจากพื้นที่ร่วมพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่ 4 ตำบลผลกระทบจากนาเกลือ นาข้าวในอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ด้วยแบบสอบถามจาก 400 กลุ่มตัวอย่าง และทำการสัมภาษณ์ประชาชน กลุ่มอาชีพในชุมชมท้องถิ่น จำนวน 30 คน พบผลการวิจัยว่า ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวนา รายได้ต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ทุกคนในหมู่บ้านจะเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน มีการพบปะพูดคุย สนทนาปรึกษาและขอความช่วยเหลือกับเพื่อนบ้านที่สนิทสนมคุ้ยเคยกันเกือบทุกวันใน 1 สัปห์ดา เป็นผู้ที่มีการเป็นสมาชิกลุ่มทางสังคม สังกัดกลุ่มสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง กลุ่มอาชีพของหมู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ มีโอกาสในการสร้างพลังชุมชนแบบหลวมทำตามหน้าที่กล่าวคือ การมีเหตุผลในการดำรงชีวิตต้องรู้จักเคารพกติกาของชุมชน การมีส่วนร่วมในการทำงานพัฒนา งานจิตอาสา การบุญกุศล ทุกคนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมใจกันทุกงานประจำหมู่บ้าน แต่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รู้รักสามัคคี เป็นความรู้สึกร่วมในความเป็นชุมชนมีน้อยมาก อย่างไรก็ตามยังมีการประกอบอาชีพเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมาชิกในครอบครัวมีส่วนร่วมในกิจกรรมของหมู่บ้านเสมอ แต่เมื่อพิจารณาการรวมกลุ่มการมีภาคี เครือข่าย องค์กรในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างชัดเจนมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ทั้งนี้การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทำบุญตามเทศกาลประจำหมู่บ้าน และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมประเพณีลอยกระทง ทำบุญประจำหมู่บ้าน วัฒนธรรมของชุมชนประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด รู้จักมัธยัสถ์ใช้เงินอย่างมีคุณค่า และการประหยัดใช้สิ่งของในครัวเรือน แต่น่าแปลกใจคือการลด ละ เลิกอบายมุข การรวมกลุ่มพัฒนาอาชีพเป็นวิสาหกิจชุมชน และการจัดทำบัญชีครัวเรือน กลับมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด เมื่อพิจารณาว่ามีวิธีพอเพียง ประชาชนกว่าทั้งหมดให้ความสำคัญกับการมีเงินออมในธนาคาร การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ไว้ในพื้นที่บริเวณบ้าน การมีเงินออมไว้ในกองทุน หรือกลุ่มออมทรัพย์มากที่สุด ยังพบว่าปัจจุบันบุคคลที่ชัดเจนที่สุดคือ ประชาชนที่มีอาชีพทำนา อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป รายได้ไม่เกิน 5,000 บาท อยู่ในฐานะผู้นำครอบครัวทั้งเพศชายหรือหญิงจะมีพลังชุมชน ศักยภาพต่อชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ มีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน มีการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทั้งวิถี-วิธีพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีที่สุด ขณะเดียวกันในการวิจัยพบสิ่งสำคัญว่า คนสองนา เป็นคำที่สะท้อนเรื่องอาชีพในครอบครัว และหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ผลกระทบนาเกลือและนาข้าว ซึ่งทั้ง 2 นามีความยิ่งใหญ่ในการเป็นถิ่นฐานสร้างอาชีพ เลี้ยงชีวิตของคนในครอบครัวให้อยู่แล้วใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับอาชีพจากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกคนรุ่นหนึ่งจึงเรียกว่า คนสองนามหานคร จึงเป็นเรื่องราวและเป็นเรื่องเล่าสืบทอดต่อกันได้ทั้งวิถีชีวิต และการทำมาหากินในพื้นที่ซึ่งเป็นคติที่หนึ่งในการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ อีกอย่างคือการที่ คนหนึ่งครอบครัวหนึ่งได้ทำอาชีพทั้ง 2 อาชีพ คือ นาเกลือ และนาข้าวในหนึ่งฤดูกาล รอบ 1 ปีที่แบ่งเป็นช่วงคือ ช่วงที่ 1 หน้าฝนช่วงคนวิถีนาข้าวอยู่ 6 เดือน คือ เดือนมิถุนายน – เดือนพฤศจิกายนของทุกปี ส่วนคนที่ทำนาเกลือช่วงนี้จะเป็นการต้มเกลือ ค้นหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สำหรับการทำเกลือส่งไปขายทั้งขายแบบปลีก และแบบส่ง ขึ้นอยู่กับลูกค้าที่สั่งจองไว้พอเริ่มเดือนธันวาคมจะเป็นการลงทำนาเกลือไปอีก 6 เดือน คือ เดือนธันวาคม – เดือนพฤษภาคมของทุกปีเช่นเดียวกัน หัวใจสำคัญของคนสองนา คือ ต้องใช้ประโยชน์จากพื้นที่นาทั้ง 2 อาชีพเพื่อการดำรชีวิตอยู่ตลอดทั้งปี จนเกิด 3 แนวทางสร้างเอกลักษณ์วิถี-วิธีบ้านดุงจากพื้นที่ร่วมพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมและเศรษฐกิจให้เป็นพื้นที่รองรับการท่องเที่ยวเมืองรองของคำชะโนด ได้แก่ แนวทางที่ 1 ประชาชนได้มีอิสระในการประกอบอาชีพในพื้นที่นาเกลือและนาข้าวโดยรัฐสอนให้ประชาชนสร้างคุณค่าแบบผสมผสานระหว่างเกลือกับข้าวจะได้ข้าวพันธุ์ดีเป็นเอกลักษณ์ให้กับอำเภอบ้านดุง โดยไม่เพียงแค่ข้าวเท่านั้นต้องทำสวนผสมผสานกับนาเกลือแบบสลับน้ำนาเกลือและน้ำนาข้าวให้เกื้อกูลกัน แนวทางที่ 2 การให้ทุกครอบครัวยึดมั่นในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจึงจะรอดพ้นจากความทุกข์ยากได้ และแนวทางสุดท้ายคือ การรวมกลุ่มให้เป็น บ้านดุงแบรนด์ ให้ได้เพื่อนำเอาผลิตผล ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดไปจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่แหล่งท่องเที่ยวคำชะโนดเพื่อให้เงินได้หมุนเวียนในฐานรากชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากจะเข้มแข็ง โดย เน้นคุณภาพสินค้าทำมือ มีเรื่องราว มีบรรจุภัณฑ์ที่ดีมีเสน่ห์ของท้องถิ่น
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. Concept and/or application formulated
สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างเครือข่ายความดีในชุมชนได้ให้เกิดเป็น เครือข่ายความดีที่เชื่อมประสาน บวร (บ้าน วัด โรงเรียน และมหาวิทยาลัย) ให้สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ตลอดเวลา
มีเพียงเทคโนโลยีที่เป็นพื้นฐานใช้ในชีวิตประจำวัน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
เกิดชุมชนต้นแบบการสร้างพลังชุมชนวัฒนธรรมแห่งความดีงาม ที่นำไปสู่การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ด้วยทุนทางสังคม ทรัพยากรธรรมชาติ โดยดึงรูปแบบบ้านวัดโรงเรียน (บวร) ดึงเครือข่าย 5 ประชารัฐ 5 นวัตวิถีชุมชน 2 แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ 2 นามหานคร 1 แหล่งวัฒนธรรมดั้งเดิมมาช่วยเสริมการพื้นที่การท่องเที่ยวใหม่สู่การเป็นแนวคิดบ้านดุงโมเดล: “การท่องเที่ยวพื้นที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์”
พื้นที่วิจัยอำเภอบ้านดุง ผู้วิจัยมีข้อมูลที่เป็นปัญหาและงานวิจัยอยู่ในระดับที่ 1 แล้ว ซึ่งมีรูปแบบที่พื้นที่ต้องการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวคำชะโนด แต่ที่ยังขาดคือ การสร้างพลังชุมชนที่ต่าง ๆ คนต่างมีอดีตที่ขัดแย้ง ขาดความเชื่อใจ ขาดแนวทางในการพัฒนา จัดการผลประโยชน์ที่จะได้รับ ขาดเครือข่ายที่จะเข้าร่วมทำงาน ดังนั้นการวิจัยจึงสร้างเครือข่ายทั้งหลายมาสู่การทำพัฒนาพลังชุมชนที่ดีงาม ลดความขัดแย้ง มองอนาคตร่วมกัน