การใช้เทคโนโลยีเอนไซม์โบรมีเลนผงจากสับปะรดในการเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งขาว (Litopenaeus vannamei) เพื่อความยั่งยืน และความมั่นคงทางอาหาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการใช้เทคโนโลยีเอนไซม์โบรมีเลนจากสับปะรดในการเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งขาว (Litopenaeus vannamei) เพื่อความยั่งยืน และความมั่นคงทางอาหารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเทคนิคและเทคโนโลยีในการผลิตโบรมีเลนผง จากสับปะรดเพื่อใช้ในอาหารสัตว์น้ำ โดยเฉพาะกุ้งขาว พัฒนาสูตรอาหารเสริมสำหรับใช้ในอาหารกุ้งขาวจากผงสกัดโบมีเลนจากสับปะรดที่ทำให้ผลผลิตกุ้งขาวเพิ่มขึ้น และลดของเสียจากการเลี้ยงกุ้งด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สารอาหารจากสารสกัดสับปะรด แบ่งการทดลองออกเป็น 3 การทดลองย่อยได้แก่การศึกษาการผลิตเอนไซม์โบรมิเลนผง และการเก็บรักษาโบรมิเลนโดยศึกษาระยะ ตัวทำละลายที่ใช้ในการสกัด และอัตราส่วนที่เหมาะสมต่อการสกัดสารสกัดหยาบเอนไซม์โบรมีเลน ซึ่งจากการทดลองพบว่าควรใช้สับประรดที่มีความสุกของผลอยู่ที่? ของผล และใช้ปริมาณน้ำประปาต่อเปลือกและจุกในอัตราส่วน 0.5:1 โดยน้ำหนัก และเมื่อสารสกัดหยาบไปทำแห้งด้วยวิธี freeze dryer และ spray dryer พบว่ามีต้นทุนที่สูงอยูที่ราคา 50,891 และ 25,993 บาท/กิโลกรัม เอนไซม์ ดังนั้นทางผู้วิจัยจึงเลือกใช้สารสกัดแบบน้ำเพื่อใช้ในการทดลองที่ 2 ซึ่งทำการพัฒนาสูตรอาหารกุ้งขาวที่มีโบรมีเลนสกัดจากสับปะรด ในการเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยโปรตีนและลดสารต้านโภชนะจากกากถั่วเหลือง และอาหารทดลอง โดยทำการศึกษาประสิทธิภาพการย่อยได้ของโปรตีนแบบ in vitro ในอาหารกุ้ง และกากถั่วเหลืองด้วยเอนไซม์โบรมีเลนสกัดจากเปลือกและจุกสับประรด และเอนไซม์โบรมีเลนผงเชิงการค้า และเอนไซม์โปรติเอสจากhepatopancreas ของกุ้งขาว พบว่า เอนไซม์โบรมีเลนสามารถนำมาใช้ในอาหารสัตว์น้ำที่มีโปรตีนสูงได้ โดยเฉพาะอาหารกุ้ง สามารถช่วยย่อยโปรตีนให้ดีขึ้น ทั้งในส่วนของโบรมีเลนผงเชิงการค้า และโบรมีเลนที่สกัดจากเปลือกและจุกสับประรด โดยเฉพาะกากถั่วเหลืองที่โบรมีเลนสามารถช่วยย่อยได้มากขึ้นจากเพียงการทำงานของเอนไซม์โปรติเอสใน hepatopancreas ของกุ้งเพียงอย่างเดียว แต่ในการเลือกใช้เอนไซม์โบรมีเลนควรเลือก pH และ อุณหภูมิ ที่เหมาะสมต่อการทำงานของเอนไซม์โบรมีเลน และใช้ให้เหมาะสมกับอาหารแต่ละชนิดซึ่ง pH ที่เหมาะสมได้แก่ pH 6 และ 9 และอุณหภูมิทีเหมาะสมอยู่ที่ 25 และ 40oC และเมื่อศึกษาค่า saponin และ trypsin inhibitor พบว่าการเสริมสารสกัดหยาบเอนไซม์โบรมีเลนมีผลต่อการเพิ่มขึ้นของ saponin ในอาหาร และมีผลต่อการลดลงของtrypsin inhibitor ที่ระดับการเสริมสารสกัดที่ 250 ppt เป็นเวลา 5 นาที เมื่อนำผลการทดลองมาปรับใช้ในการทดลองที่ 3 โดยการเสริมโบรมีเลนในอาหารกุ้งขาวต่อการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการใช้อาหาร สุขภาพกุ้งขาว และผลผลิต พบว่าการใช้ที่ระดับ 250 ppt มีผลให้กุ้งขาวมีการเจริญเติบโต และประสิทธิภาพการใช้อาหารดีที่สุด มีผลผลิตสูงสุด (P0.05) และเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สารสกัดหยาบโบรมีเลนที่ความเข้มข้นต่ำ และโบรมีเลนผงเชิงการค้าพบว่าให้ประสิทธิภาพการเจริญเติบโตต่ำกว่าการใช้สารสกัดหยาบโบรมีเลนที่ใช้ผสมอาหารที่ความเข้มข้นสูง ดังนั้นสรุปได้ว่า น้ำประปามีความเหมาะสมที่นำมาใช้ในการสกัดโบรมีเลนจากเปลือกและจุกของสับปะรดในระยะที่มีสีเหลืองประมาณ ? ของผล และใช้ปริมาณน้ำประปาต่อเปลือกและจุกในอัตราส่วน 0.5:1 โดยน้ำหนัก และสภาวะการทำงานของเอนไซม์ที่สกัดได้จากเปลือกและจุกสับประรด และเอนไซม์โบรมีเลนผงเชิงการค้ามีค่าแตกต่างกันโดย pH 6 เป็น pH ที่เหมาะสมต่อการทำงานของโบรมีเลนผงเชิงการค้า ในขณะที่ pH 6 และ 9 เหมาะสมกับการทำงานของเอนไซม์โบรมีเลนสกัดจากเปลือกและจุกสับประรด แต่อุณหภูมิในการทำงานขึ้นอยู่กับอาหารแต่ละชนิดด้วย นอกจากนี้การเสริมสารสกัดโบรมีเลนช่วยเพิ่มการย่อยได้ของโปรตีนมากกว่า 60% และยังเพิ่มระดับของsaponin และลดระดับของ trypsin inhibitor ในอาหารด้วย ดังนั้นการเสริมสารสกัดโบรมีเลนช่วยเพิ่มผลผลิตทั้งด้านปริมาณ และคุณภาพ และสามารถลดของเสียทั้งเอนไซม์ที่ได้จากการสกัดแบบเจือจาง การสกัดแบบเข้มข้น 2 เท่า และเอนไซม์โบรมีเลนผงเชิงการค้า แต่ต้องใช้ระดับที่สูง ซึ่งผลจากการเลี้ยงควรใช้ที่ระดับ 250 pptคำสำคัญ: กุ้งขาว โบรมีเลน สับปะรด เอนไซม์ การใช้อาหาร สุขภาพ