การพัฒนาต้นแบบการเพาะเลี้ยงอึ่งปากขวด (Glyphoglossus molossus (Gunther, 1869)) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
อึ่งปากขวด (Glyphoglossus molossus) เป็นสัตว์ที่นอกจากมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศแล้วยังมีความสำคัญด้านเป็นอาหารของมนุษย์ ปัจจุบันอึ่งปากขวดมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เนื่องการถูกจับมาบริโภคและสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางด้านชีววิทยาของสัตว์ชนิดนี้ยังมีไม่มากนัก การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตุประสงค์เพื่อรวบรวมสารพันธุกรรมและศึกษาชีววิทยาการเจริญในระยะเอ็มบริโอ ระยะลูกอ๊อดและระยะลูกอึ่ง เพื่อเป็นข้อมูลที่จำเป็นในการปรับใช้ให้อึ่งปากขวดสามารถเพาะเลี้ยงในสภาพคอกเพาะเลี้ยงเลียนแบบธรรมชาติและเป็นต้นแบบในการพัฒนาเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ผลการทดลองพบว่าสามารถเก็บตัวอย่างและสกัด DNA รวมทั้งสิ้นจำนวน 300 ตัวอย่าง จาก อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี จาก อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา และ จาก อ. เมือง จ. พะเยา นอกจากนั้นสามารถจัดให้พ่อแม่พันธุ์ผสมพันธุ์ในสภาพกักขังได้ พัฒนาการของเอ็มบริโอเป็นไปตามกระบวนการของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก เอ็มบริโอใช้เวลาการพัฒนาและสามารถกะเทาะออกจากเยื่อหุ้มประมาณ 24 ชั่งโมง ลูกอ๊อดมีลักษณะสีและรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลูกอ๊อดใช้เวลาในกระบวนการพัฒนาจนเป็นลูกอึ่งใช้เวลาประมาณ 25-30 วัน มีขนาดตัวยาวประมาณ 1 เซนติเมตร น้ำหนักตัวเฉลี่ยเท่ากับ 0.19 กรัม มีลายสีน้ำตาลบนลำตัวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละตัว และเพิ่มขึ้นเป็น 4.14, 11.10, 22.00 และ 23.62 กรัม เมื่ออายุ 45, 90, 135 และ 180 วัน จากการเลี้ยงโดยการใช้ปลวกเป็นอาหารหลัก ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ยกเว้นที่อายุ 135 กับ 180 วัน ผลการศึกษาสรุปได้ว่าสัตว์ชนิดนี้สามารถนำมาเพาะเลี้ยงในสภาพกักขังได้ภายใต้เงื่อนไขการจำลองสภาพให้คล้ายกับถิ่นอาศัยในธรรมชาติ ข้อมูลที่ได้นี้เป็นประโยชน์สำหรับการศึกษาต่อยอดในการเพาะพันธุ์เพื่อการบริโภคหรือใช้ในเชิงพาณิชย์ได้