การพัฒนาเทคโนโลยียีนบำบัดวิธีใหม่ เพื่อการรักษามะเร็งเต้านม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วิมส์ทูเมอร์วัน หรือ เรียกโดยย่อว่า ดับบลิวทีวันยีน เป็นยีนที่พบว่ามีการแสดงออกอย่างมากในเซลล์มะเร็งเต้านม ซึ่งยีนดังกล่าวมีบทบาทเป็นยีนก่อมะเร็งในเซลล์มะเร็งหลากหลายชนิด ดังนั้นในการศึกษาครั้งนี้จึงมุ่งเน้นหาวิธีเพื่อลดการแสดงออกของยีนดังกล่าวและการกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งเต้านมตายแบบ apoptosis ด้วยการใช้เทคนิคเอสไออาร์เอ็นเอ โดยการแยกโคลนเอสไออาร์เอ็นเอที่จำเพาะต่อยีนดับบลิวทีวัน และเอสไออาร์เอ็นเอควบคุม เข้าสู่พาหะชนิดเลนติไวรัสซึ่งมียีนเรืองแสง GFP จากนั้นทำการสร้างอนุภาคเลนติไวรัสเพื่อนำเข้าสู่เซลล์มะเร็งเต้านมชนิด MCF-7 ขั้นถัดไปเซลล์ที่เรื่องแสงทั้ง 2 กลุ่มคือ MCF-7/siRNA-WT1cells and MCF-7/siRNA จะถูกคัดแยกออกจากเซลล์ที่ไม่เรื่องแสงด้วยเครื่อง flow cytometry and cell sorter จากนั้นเซลล์ที่เรื่องแสงจะถูกนำไปวิเคราะห์หาการแสดงออกของยีนและโปรตีนของ ดับบลิวทีวัน การเจริญเติบและการตายของเซลล์ รวมทั้งการแสดงออกของยีนและโปรตีนอื่นๆ จากการทดลองพบว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จในการลดการแสดงออกของยีนและโปรตีนบลิวทีวัน นอกจากนี้ผลการทดลองได้แสดงให้เห็นว่าการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมสามารถถูกยับยั้งได้โดยดับบลิวทีวันเอสไออาร์เอ็นเอ โดยถูกยับยั้งการเจริญเติบโตได้ถึง 60% เมื่อเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมง และ ประมาณ 90% เมื่อเวลาการทดสอบผ่านไป 72 ชั่วโมง ในขณะที่เซลล์ที่ไม่ได้รับดับบลิวทีวันเอสไออาร์เอ็นเอหรือกลุ่มควบคุม ยังคงสามารถเจริญเติบโตได้เป็นปกติ จากนั้นนี้ดับบลิวทีวันเอสไออาร์เอ็นยังสามารถกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งตายแบบ apoptosis โดยการกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์ caspase 3/7 สูงขึ้นประมาณ 6 เท่าเมื่อเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมง ผลการทดลองนี้ได้รับการยืนยันจากการศึกษา apoptosis ด้วยกาย้อมสีเซลล์ MCF-7/siRNA-WT1cells and MCF-7/siRNA ด้วย annxin V และ propidium iodide (PI) เพื่อวิเคราะห์ด้วยเครื่อง flow cytometry ซ่งพบว่า ดับบลิวทีวันเอสไออาร์เอ็นเอ สามารถกระตุ้นให้เซลล์ตายแบบ apoptosis จริงโดยพบการตายช่วงแรกของการตายแบบ apoptosis ประมาณ 51%, 69% และ 78% ที่เวลา 24, 48, and 72 ชั่งโมงหลังได้รับดับบลิวทีวันเอสไออาร์เอ็น นอกจากนี้ยังพบการตายระยะท้ายของการตายแบบ apoptosis เพิ่มขึ้นเมื่อเวลาการทดสอบเพิ่มขึ้นอีกด้วย การทดลองเป็นผลไปในทางเดียวกับการทดลองถัดไปที่พบว่าเซลล์มะเร็งเต้านมที่ได้รับดับบลิวทีวันเอสไออาร์เอ็นเอ จะมีการแสดงออกของโปรตีนบีซีแอล 2 ลดลง โดยลดลงประมาณ 9 เท่าหลังได้รับ ดับบลิวทีวันเอสไออาร์เอ็นเอ จากผลการทั้งหมดสามารถสรุปได้ว่าดับบลิวทีวันเอสไออาร์เอ็นเอมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตและกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็งอย่างมีนัยสำคัญ คุณค่าและประโยชน์ของการวิจัยนี้ได้แก่การได้ค้นพบองค์ความรู้ใหม่ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อวงการวิจัยและคุณค่าในการนำองค์ความรู้นี้สู่การพัฒนาเป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งเต้านมด้วยเทคโนโลยียีนบำบัดต่อไปในอนาคต