การปรับตัวด้านการผลิตและกลไกทางสังคมในชุมชนรองรับภัยแล้งในชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยเรื่องการปรับตัวด้านการผลิตและกลไกทางสังคมในชุมชนรองรับภัยแล้ง ในชุมชนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลด้านการผลิตสินค้าเกษตรและทุนทางสังคมของชุมชน 2) เพื่อสร้างกลไกทางสังคมในการหนุนเสริมการปรับตัวด้านการผลิตของเกษตรกรรองรับภัยแล้งชุมชน 3) เพื่อทดลองกลไกทางสังคมในการหนุนเสริมการปรับตัวด้านการผลิตของเกษตรกรรองรับภัยแล้งชุมชน กลุ่มเป้าหมายในการศึกษาข้อมูลใช้วิธีเจาะจงจากสมาชิกโครงการการบริหารจัดการน้ำชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้พื้นที่ดำเนินโครงการจำนวน 5 ชุมชน ได้แก่ บ้านซับสมบูรณ์ ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง บ้านเขากระเจียว และบ้านคลองหิน ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง บ้านหนองเต็ง ตำบลหัวถนน อำเภอนางรอง และบ้านบ่อน้ำใส ตำบลโคกมะม่วง อำเภอปะคำ ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนเกิดกระบวนการทบทวนตัวเอง ทำให้กลุ่มเกษตรกรมีความเข้าใจถึงพื้นฐาน หลักการ และวิธีการในการปรับตัวด้านการผลิตและกลไกทางสังคม เพื่อรองรับภัยแล้งในชุมชนตามกลไกการบริหารจัดการน้ำ พบว่า มีการกำหนดวัตถุประสงค์ให้เกิดการทำงานในรูปแบบตามลำดับขั้น มีทั้งหมด 4 ขั้น ดังนี้ 1) เกิดคณะทำงานที่มีความเข้าใจและมีความสามารถในการดำเนินโครงการ 2) ชุมชนมีความตระหนักและเข้าใจการปรับตัวรองรับภัยแล้ง 3) เกิดกลไกสนับสนุนการปลูกและบริโภคการปลูกผักปลอดสารเคมีโดยใช้น้ำน้อยรองรับภัยแล้ง 4) ครัวเรือนมีการปรับตัว มีการปลูกและบริโภคพืชผักปลอดสารเคมี ซึ่งเป็นการบูรณาการภาคีสู่ความยั่งยืนระหว่างภาคีภายในชุมชนและภาคีภายนอกชุมชน มีการทดลองกลไกทางสังคมในการหนุนเสริม การปรับตัวด้านการผลิตของเกษตรกรรองรับภัยแล้งชุมชน โดยมีการปฏิบัติการทดลองกลไกทางสังคมในการหนุนเสริมการปรับตัวด้านการผลิตของเกษตรกรรองรับภัยแล้งทั้ง 5 ชุมชน ดังนี้ 1) ข้อมูลปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ย ลดลงจาก 2,022.60 หน่วย เหลือ 1,583.60 หน่วย หรือลดลง 23.83% 2) ข้อมูลค่าใช้จ่ายการใช้น้ำเฉลี่ย ลดลงจาก 9,606.40 บาท เหลือ 7,736.80 บาท หรือ ลดลง 21.89% 3) ข้อมูลพืช/ผัก เพิ่มขึ้น 6 ชนิด รวมปลูกพืช/ผักทั้งหมด 11 ชนิด 4) ข้อมูลรายจ่ายเฉลี่ยจากการซื้อผัก ลดลงจาก 31,758.00 บาท เหลือ 18,409.20 บาท คิดเป็นร้อยละ 43.33% 5) ข้อมูลรายได้เฉลี่ยจากการขายผักลดลงจาก 10,780.00 บาท เหลือ 8,170.00 บาท ลดลง 24.21% 6) จำนวนคณะทำงานในโครงการ 69 คน 7) จำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรม 481 ครัวเรือน 8) จำนวนภาคีที่เข้าร่วมจาก 8 หน่วยงานเป็น 19 หน่วบงาน 9) จำนวนงบประมาณที่ภาคีหนุนเสริมเพิ่มเป็น 548,000 บาท จากเดิม 16,500 บาท และเกิดแผนปฏิบัติการจำนวน 5 แผน เกิดคณะกรรมการในการบริหารจัดการชุมชน จำนวน 5 ชุดกรรมการที่มีความรู้ในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมจากโครงการวิจัยอยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 85.00 มีทัศนคติเชิงบวก คิดเป็นร้อยละ 89.50 มีทักษะต่อการการปรับตัวด้านการผลิตและกลไกทางสังคมในชุมชนรองรับภัยแล้ง อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 86.80