ความหลากหลายของแบคทีเรียที่เพาะเลี้ยงได้ที่แยกได้จากทางเดินอาหารของหอยไซ (Bithynia siamensis goniomphalos)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาความหลากหลายของเชื้อแบคทีเรียที่เพาะเลี้ยงได้ที่แยกได้จากทางเดินอาหารของหอยไซ (Bithynia siamensis goniomphalos) โดยการเก็บตัวอย่างหอยไซจากพื้นที่ จ. อุดรธานี และ จ. ขอนแก่น รวมจำนวนทั้งสิ้น 6 สถานี เพื่อตรวจสอบการติดพยาธิระยะเซอร์คาร์เรียด้วยวิธีการ cercarial shedding ผลการทดลองพบความชุกของพยาธิระยะเซอร์คาร์เรียที่พบในลำไส้หอยไซ ในพื้นที่ จ. อุดรธานี จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ Centroocestus formosanus Virguiate cercaria และ Furcocystocercous cercariae เท่ากับ 11.87 1.88 และ 0.2 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบความชุกของพยาธิระยะเซอร์คาร์เรียที่พบในลำไส้หอยไซ ในพื้นที่ จ. ขอนแก่น จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ Centrocestus formosanus และ Virgulate cercaria เท่ากับ 32.2 และ 3.3 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เมื่อทำการคัดแยกเชื้อแบคทีเรียจากตัวอย่างลำไส้หอยไซด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงบนอาหารแข็งและนับจำนวนเชื้อแบคทีเรียทั้งหมด ผลการทดลองพบว่าในลำไส้หอยที่ติดเชื้อระยะเซอร์คาร์เรียมีปริมาณแบคทีเรียทั้งหมดน้อยกว่าปริมาณแบคทีเรียในลำไส้หอยที่ไม่ติดเชื้อระยะเซอร์คาร์เรียอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p?0.05) และสามารถคัดแยกเชื้อแบคทีเรียที่มีลักษณะโคโลนีที่แตกต่างกันได้ทั้งหมด 138 ไอโซเลท และเป็นแบคทีเรียแกรมบวกทั้งหมด เมื่อตรวจสอบด้วยวิธีทางชีวโมเลกุลเพื่อระบุชนิดแบคทีเรียโดยการวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ขนาดประมาณ 1,500 คู่เบส ของยีน 16S rRNA โดยการวิเคราะห์ BLASTN เปรียบเทียบผลกับฐานข้อมูล GenBank จาก NCBI ผลการทดลองพบว่าสามารถระบุชนิดของแบคทีเรียทั้งหมดที่คัดแยกได้จากลำไส้หอยไซได้จำนวน 89 สายพันธุ์ โดยพบสกุลที่โดดเด่น (pre-dominants) จำนวน 9 สกุล ได้แก่ Acinetobacter (14.5%) Bacillus (10.8%) Chryseobacterium (9.4%) Pseudomonas (6.5%) Aeromonas (5.8%) Priestia (5.0%) Micrococcus sp. (4.3%) Cupriavidus (4.3%) และ Staphylococcus (3.6%) ตามลำดับ นอกจากนี้พบสายพันธุ์แบคทีเรียที่มีความจำเพาะต่อหอยที่มีการติดพยาธิระยะเซอร์คาเรีย จำนวน 16 สายพันธุ์ และเมื่อสร้างแผนภูมิความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมและวิเคราะห์การจัดกลุ่ม พบว่าสามารถแบ่งกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและแยกความแตกต่างทางพันธุกรรมของแบคทีเรียได้ชัดเจนยิ่งขึ้น