การพัฒนาชุมชนนวัตกรรมต้นแบบการเลี้ยงหอยขมเศรษฐกิจ บริเวณเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบการเลี้ยง การพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะสม สำหรับการเลี้ยงหอยขม (2) เพื่อศึกษากระบวนการและสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์แปรรูปเชิงการค้าจากหอยขม และ (3) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีรูปแบบการเลี้ยง การผลิตสูตรอาหารที่เหมาะสม การสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหอยขม และการจัดการผลพลอยได้จากการเลี้ยงหอยขม การศึกษาระบบการเลี้ยงและพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะสม สำหรับการเลี้ยงหอยขม พบว่า การศึกษาและพัฒนาสูตรอาหารที่เหมาะสม สำหรับการเลี้ยงหอยขม ประกอบด้วยสูตรอาหาร 4 สูตร ที่มีระดับโปรตีน 17 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ สูตรที่ 1 อาหารผสมผักตบชวาที่ระดับ 0 เปอร์เซ็นต์ สูตรที่ 2 อาหารผสมผักตบชวาที่ระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ สูตรที่ 3 อาหารผสมผักตบชวาที่ระดับ 20 เปอร์เซ็นต์ และ สูตรที่ 4 อาหารผสมผักตบชวาที่ระดับ 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผลการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีในอาหารที่ใช้ผักตบชวาผสม ไม่มีความแตกต่างกัน และเมื่อนำสูตรอาหารทั้ง 4 สูตรไปใช้เป็นอาหารในการเลี้ยงหอยขม โดยประเมินจากอัตราการเจริญเติบโตของหอยขม ประกอบด้วย ความยาว น้ำหนัก อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน (ADG) อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะ (SGR) อัตราการรอดตาย และคุณภาพน้ำ พบว่า ผลของการใช้ผักตบชวาในระดับต่างกันในอาหารต่อการเจริญเติบโตของหอยขม ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นการเลี้ยงหอยขมสามารถนำผักตบชวามาใช้เป็นวัตถุดิบผสมในอาหารได้การศึกษากระบวนการและสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์แปรรูปเชิงการค้าจากหอยขม พบว่า การศึกษากระบวนการและสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์แปรรูปเชิงการค้าจากหอยขม ได้ดำเนินการศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่างผู้บริโภค จำนวน 154 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย มีอายุโดยเฉลี่ย 36 ปี ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน สำหรับความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อต้นแบบผลิตภัณฑ์แปรรูปเชิงการค้าจากหอยขม 3 ชนิด ได้แก่ น้ำพริกนรกหอยขม น้ำพริกสวรรค์หอยขม และ น้ำพริกเผาหอยขม พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความพึงพอใจกับต้นแบบผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ชนิดอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ จากมากที่สุดไปน้อยที่สุด ได้แก่ น้ำพริกสวรรค์หอยขม (x ? = 4.70, S.D = 0.62) น้ำพริกนรกหอยขม (x ? = 4.69, S.D = 0.57) และ น้ำพริกเผาหอยขม (x ?= 4.63, S.D = 0.68) การถ่ายทอดเทคโนโลยีรูปแบบการเลี้ยง การผลิตสูตรอาหารที่เหมาะสม การสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหอยขม และการจัดการผลพลอยได้จากการเลี้ยงหอยขม พบว่า เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 50 คน จำแนกเป็นเพศหญิง จำนวน 30 คน เพศชาย จำนวน 20 คน กลุ่มเป้าหมายทุกคนประกอบอาชีพเกษตรกร สำหรับ ด้านความรู้และผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของเกษตรกรที่มีต่อการฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์วามรู้ ด้านการประเมินการเรียนรู้ พบว่า เกษตรกรมีผลสัมฤทธิ์ก่อนฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ ได้คะแนนทดสอบเฉลี่ยเท่ากับ 4.74 (S.D = 1.14, C.V = 52.46%) และคะแนนหลังทดสอบเฉลี่ยเท่ากับ 9.50 (S.D = 0.76, C.V = 4.95%) ที่ระดับความเชื่อมั่น 95 % ดังนั้นความรู้ก่อนการฝึกอบรมและหลังการฝึกอบรม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับค่าผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของผู้เข้ารับการฝึกอบรม พบว่า ความรู้ของเกษตรกรเข้ารับการฝึกอบรมอย่างน้อยร้อยละ 80 ของเกษตรกรที่เข้ารับการฝึกอบรมทั้งหมด มีความรู้เพิ่มขึ้น ด้านความพึงพอใจของเกษตรกรที่มีต่อการฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจต่อภาพรวม ในระดับมากที่สุด (x ? = 4.86, S.D = 0.34)