การประเมินผลกระทบของการใช้แก๊สเอทธิลีนต่อต้นยางพาราอายุน้อยที่เปิดกรีดแล้วเปรียบเทียบกับต้นยางพาราแก่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สืบเนื่องจากการเพิ่มขึ้นมาของราคาน้ํายางในปี 2554 ชาวสวนยางจึงพยายามเพิ่มผลผลิต จากการกรีดโดยการใช้แก๊สเอทธิลีน ดังนั้นจําเป็นต้องมีการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดกับต้น ยางพารา จึงได้ทําการทดลองที่สถานีวิจัยเทพา จังหวัดสงขลา โดยใช้ต้นยางอายุน้อยที่เปิดกรีดแล้ว (อายุ 9 ปี) และต้นยางแก่ (อายุ 21 ปี) เพื่อทําการทดลอง และวางแผนการทดลองแบบ one-tree plot design สําหรับต้นยางแก่ประกอบด้วย 6 สิ่งทดลอง คือ Ti: S/3U 24/3 647, T2: S/8U 43 64/7, T3: S/8U d3 6d/7 ETG 99% RIMMFLOW -60-36/y (9d), T4: S/8U d3 64/7 ETG 60% LET-40 48/y (6d), T5: S/8U d3 6d/7 ETG 99% Double TeX -60-36/y (9d), T6: S/8U d3 6d/7 ET 5% Pa 1 (2) 12/y (m) และในยาง อ่อนประกอบด้วย 6 สิ่งทดลอง คือ TI: S/3 243 6d/7, T2: S/6 d3 6d/7, T3: S/6 43 6d/7 ETG 99% RIMMFLOW -60-36/y (9d), T4: S/6 d3 6d/7 ETG 60% LET-40-48/y (6d), T5: S/6 d3 6d/7 ETG 99% Double Tex -60-36/y (9d), and T6: : S/6 d3 6d/7 ET 2.5% Pa 1 (2) 12/y (m) ในแต่ละวิธีการทํา 20 ซ้ํา และช่วงระยะเวลาศึกษา คือ 2554-2556 ผลปรากฏชัดว่าผลผลิต ยางก้อนถ้วยในต้นยางแก่ T3 (S/8U d3 6/7 ETG 99% RIMMFLOW-60-36/y (94) (8,416 gt) ให้ ผลผลิตสูงที่สุด ตามด้วย T5 (S/8U d3 64/7 ETG 99% Double Tex -60-36/y (94)) (8,147.2 gt) ทั้ง สองวิธีการแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสําคัญจาก T4 (S/8U 43 6d/7 ETG 60% LET-40-48/y (6d)) (7,017 got) ขณะที่ผลผลิตของ T6 (S/8U d3 6d7 ET 5% Pa 1 (2) 12/y (m) (4,203.5 gt), T1 (S/3U 24/3 6d/7) (4,101.6 gt) และ T2 (S/8U d3 6d/7) (3,549.5 gt) มีค่าต่ํากว่าสิ่งทดลองอื่นอย่างมี นัยสําคัญ แต่ในยางอ่อนกลับพบว่า T5 (S/6 43 6/7 ETG 99% Double Tex -60-36/y (94) (4,959.5 gt) และ T4 (S/6 d3 64/7 ETG 60% LET-40-48}y (6d)) (4,948.4 gt) มีค่าสูงกว่าสิ่งทดลองอื่น แตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ผลผลิตของ T1 (S/3 243 6d7) (4,305 gt) และ T3 (S/6 d3 64/7 ETG 99% RIMMFLOW-60-36/y (94)) (4,139.5 gt) ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ขณะที่ผลผลิต ใน T2 (S/6 43 64/7) มีค่าต่ําสุดคือ 2,205.8 gt ปริมาณเนื้อยางแห้ง (DRC) ในยางแก่มีค่าสูงสุดใน T2 (S/8U 43 64/7) (50%) ตามด้วย T1 (S/3U 2/3 64/7) (46.7%) ขณะที่ T3 (S/8U d3 6d/7 ETG 99% RIMMFLOW-60-36/y (94)) (37.9%) มีค่าต่ําที่สุดอย่างมีนัยสําคัญ DRC ของ T4 (S/8U d3 6d/7 ETG 60% LET-40-48}y (6d)), T5 (S/8U d3 6d/7 ETG 99% Double Tex -60-36/y (94)) และ T6 (S/8U 43 64/7 ET 5% Pa 1 (2) 12/y (m) มีค่า 45.3, 44.3 และ 45.3% ตามลําดับ แต่ในยางอ่อน DRC ของ T1 (S/3 243 6d/7) (47.4%), T2 (S/6 d3 6d/7) (45.9%) และ T3 (S/6 d3 64/7 ETG 99% RIMMFLOW-60-36/y (94)) (45.9%) มีค่าสูงกว่าสิ่งทดลองอื่น ขณะที่ DRC ของ T4 (S/6 d3 64/7 ETG 60% LET-40-48/y (6d)) (43.4%) มีค่าต่ําที่สุด นอกจากนี้พบว่าการสิ้นเปลืองเปลือกของ TI (S/3 243 6/7 และ S/3U 24/3 64/7) มีค่าสูงที่สุดและแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติกับสิ่ง ทดลองอื่นทั้งในยางอ่อนและยางแก่ ขณะที่ไม่มีความแตกต่างกันระหว่าง T2 (S/6 d3 6d/7 และ S/8U d3 6d/7), T3 (S/6 d3 6d/7 ETG 99% RIMMFLOW-60-36/y (9d) และ S/8U d3 6d/7 ETG 99% RIMMFLOW -60-36/y (9d)), T4 (S/6 43 6d/7 ETG 60% LET-40-48/y (6d) และ S/8U d3 6d/7 ETG 60% LET-40-48/y (6d)), T5 (S/6 d3 6d/7 ETG 99% Double Tex -60-36/y (9d) และ S/8U d3 6d/7 ETG 99% Double Tex -60-36/y (9d)) และ T6 (S/6 d3 6d/7 ET 2.5% Pa 1 (2) 12/y (m) และ S/8U d3 6d/7 ET 5% Pa 1 (2) 12/y (m)) ผลการวิเคราะห์น้ํายางในยางอ่อนและยางแก่ แสดงให้เห็นว่า T2 (S/6 d3 64/7 และ S/8U 43 64/7) มีค่าซูโครสสูงที่สุดขณะที่ T5 (S/6 d3 64/7 ETG 99% Double Tex -60-36/y (94) และ S/8U 43 6d/7 ETG 99% Double Tex -60-36/y (94)) มีค่า ต่ําสุดในสิ่งทดลองที่มีการกระตุ้นด้วยแก๊สเอทธิลีนส่งผลให้ซูโครสลดลงแต่ทําให้ปริมาณอนินทรีย์ ฟอสฟอรัสสูงขึ้นนอกจากนี้พบว่าไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณไธออล