กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ปอเทืองคุณภาพและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชนจากปอเทือง โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 3 การทดลอง ได้แก่ 1) ศึกษากระบวนการผลิตปอเทืองและผลของการเตรียมการงอกโดยการใช้สารเคมีชนิดต่างๆ ต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ปอเทือง 2) ศึกษาการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตในการเลี้ยงจิ้งหรีดโดยใช้สูตรอาหารสำเร็จรูปจากปอเทือง และ3) ศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์คอมบูชาจากปอเทืองและช่องทางการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลการศึกษา ปอเทือง (Crotalaria juncea L.) หรือ Sunn hemp เป็นพืชตระกูลถั่ว เจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศทั่วไป ทั้งสภาพพื้นที่ดอนและพื้นที่ลุ่มที่ไม่มีน้ำขัง ทนต่อความแห้งแล้ง ส่วนใหญ่ปลูกเพื่อบำรุงดิน ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ระหว่างแถว 100 เซนติเมตร ใช้เมล็ดพันธุ์ 3 - 5 กิโลกรัมต่อไร่ การเปลี่ยนแปลงคุณภาพเมล็ดพันธุ์ปอเทืองโดยวิธี osmopriming โดยการนำเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศ แช่ในสารละลายที่แตกต่างกัน 4 ชนิด เป็นเวลา 6 ชั่วโมง ภายใต้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นลดความชื้นเมล็ดพันธุ์ลงให้มีค่าใกล้เคียงกับค่าความชื้นของเมล็ดก่อนแช่ในสารละลาย นำมาตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพเมล็ดพันธุ์ในลักษณะต่างๆ คือ ความงอก ความเร็วในการงอก ผลการทดลองจากการตรวจสอบการงอกของเมล็ดพันธุ์ พบว่า เมล็ดที่นำมาทำ osmopriming ด้วย Vitamin C ความเข้มข้น 2% ทำให้ความงอกและความเร็วในการงอกของมะเขือเทศสูงที่สุดเมื่อเพาะในห้องปฏิบัติการและสภาพโรงเรือน และตอบสนองสูงกว่าเมล็ดเมล็ดที่ไม่ได้ผ่านการเตรียมการงอกซึ่งเมล็ดที่แช่ในสารละลาย วิตามินซี (2%) สามารถงอกส่งเสริมให้เมล็ดพันธุ์ปอเทืองงอกได้เร็วและเมล็ดแข็งแรงขึ้นได้ การศึกษาการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตในการเลี้ยงจิ้งหรีดโดยใช้สูตรอาหารสำเร็จรูปจากปอเทือง ทำการวัดอัตราการเจริญเติบโต อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัว และคำนวณต้นทุนการผลิตของจิ้งหรีดบ้าน โดยทำการแบ่งจิ้งหรีดออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) อาหารสำเร็จรูปที่มีโปรตีน 21 เปอร์เซ็นต์ (2) อาหารสำเร็จรูปเสริมปอเทือง 25 เปอร์เซ็นต์ (3) อาหารสำเร็จรูปเสริมปอเทือง 50 เปอร์เซ็นต์ (4) อาหารสำเร็จรูปเสริมปอเทือง 75 เปอร์เซ็นต์ จากการศึกษาพบว่าจิ้งหรีดที่ได้รับอาหารสำเร็จรูปเสริมปอเทืองมีการเจริญเติบโต อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่ากลุ่มควบคุม (p<0.05) เมื่อนำปอเทืองมาพัฒนาเป็นอาหารเลี้ยงจิ้งหรีดสำเร็จรูปและทำการทดสอบประสิทธิภาพเปรียบเทียบกับอาหารสำเร็จรูป อาหารไก่เนื้อ และอาหารไก่ไข่ พบว่าอัตราการเจริญเติบโตด้านน้ำหนักไม่มีความแตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบอัตราการแลกเนื้อพบว่าอาหารสำเร็จรูปจากปอเทืองมีค่าสูงที่สุด อาหารสำเร็จรูปและอาหารเลี้ยงจิ้งหรีดสำเร็จรูปจากปอเทืองมีต้นทุนต่ำที่สุดการศึกษาอิทธิพลของปริมาณชาดอกปอเทืองต่อปริมาณต้านอนุมูลอิสระระหว่างกระบวนการหมักชาดอกปอเทือง (คอมบูชา) และการทดสอบทางประสาทสัมผัสของชาดอกปอเทืองหมัก ซึ่งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยการแปรผันปริมาณชาดอกปอเทือง 10 30 และ 50 กรัม/ลิตร ผลการทดลองพบว่าปริมาณชาดอกปอเทืองที่เหมาะสมที่สุดในกระบวนการหมักชาดอกปอเทืองคือ 10 กรัม/ลิตร ซึ่งมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นในช่วง 7 วันแรกของการหมักอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) จนมีค่าสูงสุดเท่ากับ 0.49 มิลลิกรัมโทรลอกซ์/มิลลิลิตร ในการหมักวันที่ 21 ในขณะที่ปริมาณกรดทั้งหมด (% เทียบกับกรดอะซิติก) เพิ่มขึ้นในระหว่างกระบวนการหมัก และ pH มีค่าลดลง ส่วนปริมาณของแข็งละลายได้ทั้งหมดมีแนวโน้มค่าลดลงและจำนวนแบคทีเรียและยีสต์เพิ่มขึ้นในช่วง 7 วันแรกของกระบวนการหมัก นอกจากนี้ผลการตรวจสอบค่าสีของชาดอกปอเทืองหมักพบว่า L* (ค่าความสว่าง) จะลดลง และค่า b* (ค่าความเป็นสีเหลือง) จะเพิ่มขึ้นในน้ำชาเริ่มต้นตามปริมาณของชาดอกปอเทืองที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่พบเปลี่ยนแปลงของค่าสีที่ชัดเจนในระหว่างกระบวนการหมัก และจากการทดสอบทางประสาทสัมผัสของชาดอกปอเทืองหมักโดยผู้ทดสอบที่ไม่ได้ฝึกฝน พบว่าคะแนนความชอบโดยรวมของชาดอกปอเทืองหมักปริมาณ 10 กรัม/ลิตร มีคะแนนความพึงพอใจสูงที่สุดเท่ากับ 7.13 ดังนั้นสามารถนำข้อมูลจากกระบวนการผลิตชาดอกปอเทืองหมักจากชาดอกปอเทืองปริมาณเริ่มต้น 10 กรัม/ลิตร เพื่อพัฒนาเครื่องดื่มชาหมักจากชาดอกปอเทืองได้ต่อไปในอนาคต
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
มีการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกระบวนการหมัก การทดสอบคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผลิตภัณฑ์ และการทดสอบทางประสาทสัมผัสที่จะช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด ตลอดจนการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างความจดจำให้กับผู้บริโภค และมีการศึกษาช่องทางการตลาดเพื่อจัดจำหน่ายสินค้า
เกษตรกรมีผลผลิตปอเทืองปริมาณมากในแต่ละปี แต่ยังไม่มีการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตร พบเพียงการไถกลบในพื้นที่การเกษตรเท่านั้น
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
นำผลที่ได้จากการศึกษามานำเสนอแก่ชุมชนเป้าหมายและหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและนำผลการศึกษาลงพื้นที่ไปถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสร้างชุมชนนวัตกรรมต้นแบบเพื่อให้ชุมชนได้เข้ามาเรียนรู้และได้ใช้ประโยชน์ต่อไป สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับปอเทือง ลดการทิ้งโดยสูญเปล่า ทำให้เกิดรายได้เสริมแก่เกษตรกรผู้ผลิตปอเทือง
คณะทีมงานร่วมวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดความพร้อมด้านความรู้และเทคโนโลยีทางด้านสังคม เตรียมความพร้อมเพื่อทำการศึกษาทดสอบหาแนวทางการพัฒนาและสร้างนวัตกรรมให้แก่ชุมชนเป้าหมาย โดยกำหนดแนวทางการพัฒนาเพื่อทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทำการทดลอง ทดสอบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่ชุมชน