Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

การพัฒนาศักยภาพผลิตผลทางการเกษตรสำหรับเพิ่มมูลค่าเศษเหลือจากกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมแมคคาเดเมียจังหวัดเพชรบูรณ์

ธงชัย เครือผือ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาอิฐเทียมดูดซับกลิ่นจากกะลาแมคคาเดเมีย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากเปลือกกะลาแมคคาเดเมีย เพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตวัสดุประดับและตกแต่งจากเศษเหลือในกระบวนการผลิตแมคคาเดเมีย และเพื่อเพิ่มศักยภาพสำหรับใช้เศษเหลือจากกระบวนการผลิตแมคคาเดเมียเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจากการดำเนินงานวิจัย พบว่า โครงการย่อยที่ 1 การวิจัยและพัฒนาอิฐเทียมดูดซับกลิ่นจากกะลาแมคคาเดเมีย สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปแมคคาเดเมียเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีระดับความพึงพอใจของผู้เชี่ยวชาญในภาพรวมมีค่าเฉลี่ย 4.19 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.65 มีค่าคะแนนความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก มีผลการประเมินความพึงพอใจในการสร้างเครื่องอัดก้อนอิฐเทียมดูดซับกลิ่น พบว่า ระดับความพึงพอใจของผู้เชี่ยวชาญในภาพรวมมีค่าเฉลี่ย 4.16 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.67 มีค่าคะแนนความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก และจากการทดสอบอิฐเทียมดูดซับกลิ่นจากกะลาแมคคาเดเมีย พบว่า การดูดซับกลิ่นที่ดีที่สุดจะอยู่สูตรที่ 1-4 ซึ่งค่าการต้านทานแรงอัดที่เหมาะสมอยู่ที่ 20-25 กก./ตร.ซม. มีค่าการดูดซึมน้ำอยู่ที่ 17-19 เปอร์เซ็นต์ และค่าการดูดซับความชื้นอยู่ที่ 75-83 เปอร์เซ็นต์ โครงการย่อยที่ 2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากเปลือกกะลาแมคคาเดเมีย พบว่า ผลการวิเคราะห์คุณภาพการติดสี ที่ความคงทนของสีต่อแสง อยู่ในระดับ 3.5 สีเปลี่ยนแปลงพอสังเกตได้ ความคงทนของสีต่อการซัก อยู่ในระดับ 3.5 สีเปลี่ยนแปลงพอสังเกตได้ และระดับสีตกติด อยู่ในระดับ 4.5 สีตกติดเล็กน้อยจนไม่มีการตกติดของสี ความคงทนของสีต่อการขัดถู สีตกติดผ้าขาวในสภาพแห้งอยู่ในระดับ 4.0 สีตกติดเล็กน้อย และในสภาพเปียกอยู่ในระดับ 3.0 สีตกติดพอสังเกตได้ ความคงทนของสีต่อน้ำ อยู่ในระดับ 4.0 สีเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และระดับสีตกติด อยู่ในระดับ 4.5 สีตกติดเล็กน้อยจนไม่มีการตกติดของสี ความคงทนของสีต่อเหงื่อ อยู่ในระดับ 4.0 สีเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และระดับสีตกติด อยู่ในระดับ 4.5 สีตกติดเล็กน้อยจนไม่มีการตกติดของสี และความคงทนของสีต่อการซักแห้ง อยู่ในระดับ 4-5 สีเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจนถึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสี และระดับสีตกติด อยู่ในระดับ 4-5 สีตกติดเล็กน้อยจนไม่มีการตกติดของสี โครงการย่อยที่ 3 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตวัสดุประดับและตกแต่งจากเศษเหลือในกระบวนการผลิตแมคคาเดเมีย พบว่า การผลิตแผ่นวัสดุตกแต่งจากเศษเหลือจากกระบวนการผลิตแมคคาเดเมีย พบว่าลวดลายที่มีระดับคะแนนมากที่สูงสุด คือ ลายดอกพิกุล มีคะแนนรวมทั้งหมด 76.8 คะแนน เมื่อพิจารณาเป็นด้าน 4 ด้าน พบว่า ด้านที่มีระดับคะแนนมากที่สุด คือ ด้านการประกอบด้วยวัสดุอื่น 23.3 คะแนน รองลงมาคือด้านด้านสี 22.3 คะแนน รองลงมาคือด้านลักษณะทั่วไป ได้ 20 คะแนน และระดับคะแนนน้อยที่สุดคือ ด้านการเคลือบเงา 19 คะแนน ลวดลายที่มีระดับคะแนนรองลงมาลายจักสานมีคะแนนรวมทั้งหมด 76.8 คะแนนเมื่อพิจารณาเป็นด้าน 4 ด้าน พบว่า ด้านที่มีระดับคะแนนมากที่สุด คือ ด้านสี 22.3คะแนนรองลงมาคือด้านลักษณะทั่วไป ได้ 21.5 คะแนน รองลงมาคือด้านการเคลือบเงา 17 คะแนน และระดับคะแนนน้อยที่สุดคือด้านการประกอบด้วยวัสดุอื่น 16 คะแนน ลวดลายที่มีระดับคะแนนน้อยที่สุดคือลายลายราชวัดมีคะแนนรวมทั้งหมด 74.8 คะแนนเมื่อพิจารณาเป็นด้าน 4 ด้าน พบว่า ด้านที่มีระดับคะแนนมากที่สุด คือด้านการประกอบด้วยวัสดุอื่น 23.3 คะแนน รองลงมาคือด้านด้านสี 22 คะแนนรองลงมาคือด้านการเคลือบเงา 17 คะแนนและระดับคะแนนน้อยที่สุดคือด้านลักษณะทั่วไป ได้ 12.5 คะแนน และผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานแผ่นวัสดุตกแต่งจากเศษเหลือจากกระบวนการผลิตแมคคาเดเมีย มีความพึงพอใจในภาพรวมทั้งหมด มีค่าเฉลี่ย 4.38 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐาน 0.80 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก โครงการย่อยที่ 4 การเพิ่มศักยภาพสำหรับใช้เศษเหลือจากกระบวนการผลิตแมคคาเดเมียเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ พบว่า 1. อาหารทดลองในแต่ละสูตรมีคุณค่าทางโภชนะ เช่น วัตถุแห้ง โปรตีน ไขมัน ผนังเซลล์ เฮมิเซลลูโลส และเถ้า ที่มีค่าใกล้เคียงกัน โดยมีระดับพลังงานอยู่ในช่วง 3,980 – 4,290 kcal/kg 2. โคเนื้อมีน้ำหนักตลอดระยะเวลาการทดลองเฉลี่ยสูงสุด ภายหลังจากการได้รับอาหารข้นผสมแมคคาเดเมียเหลือทิ้ง (T3) มีค่าเท่ากับ 218.83 กิโลกรัม/ตัว รองลงมาคือโคเนื้อที่ได้รับอาหารข้นผสมแมคคาเดเมียเหลือทิ้ง ที่ระดับ 10, 30 และ 0 % มีค่าเท่ากับ 214.33, 214.00 และ 210.33 กิโลกรัม/ตัว ตามลำดับ 3. โคเนื้อที่ได้รับอาหารข้นผสมแมคคาเดเมียเหลือทิ้ง แตกต่างกัน 4 ระดับ โคเนื้อมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลาการทดลองเฉลี่ยน้ำหนักตัวสูงสุด (T1) มีค่าเท่ากับ 42.16 กิโลกรัม/ตัว ต่ำสุด (T4) มีค่าเท่ากับ 37.67 กิโลกรัม/ตัว 4. อัตราการเจริญเติบโตของโคเนื้อ พบว่าโคเนื้อมีอัตราการเจริญเติบโตต่อวันจากการได้รับอาหารข้นผสมแมคคาเดเมียเหลือทิ้ง ในเปอร์เซ็นต์ที่ต่างกัน แต่ส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยของโคเนื้อใกล้เคียงกัน มีค่าอยู่ระหว่าง 0.42 – 0.47 กิโลกรัม/วัน 5. ผลผลิตสุดท้ายของกระบวนการหมักในกระเพาะหมัก ค่าพีเอช (pH) มีค่าเฉลี่ย pH เท่ากับ 6.87, 6.87, 6.86 และ 6.85 ตามลำดับ 6. ค่าความเข้มข้นของ NH3-N ในของเหลวจากกระเพาะหมัก มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 5.76, 5.76, 5.35 และ 5.38 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ 7. ค่า TVFAs ในของเหลวจากกระเพาะหมัก มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 98.83, 96.63, 94..63 และ 93.83 มิลลิโมลาร์ ตามลำดับ 8. ความเข้มข้นของกลูโคสในกระแสเลือด (blood glucose, BG) มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 12.65, 10.65, 10.77 และ 11.60 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ 9. ความเข้มข้นของยูเรียในกระแสเลือด (blood urea nitrogen, BUN) มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 76.99, 77.99, 76.57 และ 76.97 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตามลำดับคำสำคัญ : การพัฒนาศักยภาพ, ผลิตผลทางการเกษตร, เพิ่มมูลค่าเศษเหลือ, กระบวนการผลิตอุตสาหกรรมแมคคาเดเมีย

คำสำคัญ

การพัฒนาศักยภาพPotential DevelopmentAgricultural productionผลิตผลทางการเกษตรMacadamia Manufactures production processValue Added of Scrapกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมแมคคาเดเมียเพิ่มมูลค่าเศษเหลือ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การผลิตไซรัปจากขนุนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีสมบัติเชิงหน้าที่

วิริยา อ่อนสอาด มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2560

การใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเกษตรเป็นอาหารสัตว์

อนุสรณ์ เชิดทอง หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) พ.ศ. 2564

โครงการ การผลิตซีโอไลต์จากเถ้าชานอ้อยเพื่อใช้เป็นอาหารเสริมและตัวดูดซับแอมโมเนียสำหรับการผลิตสัตว์

ทศพร อินเจริญ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2561

การพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ ผลิตผลทางการเกษตร และเพิ่มมูลค่าสำหรับอุตสาหกรรมแมคคาเดเมียจังหวัดเพชรบูรณ์

นิสิต องอาจ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2566

การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์จากอ้อยเพื่อสร้างมูลค่าและรายได้เพิ่มแก่เกษตรกร จังหวัดน่าน

บรรจง อูปแก้ว สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากส่วนเหลือใช้และบกพร่องจากการปลูกของต้นและผลเผือกหอมชุมชนอำเภอบ้านหมอจังหวัดสระบุรีเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์

จุฑามาศ พีรพัชระ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2557

การเพิ่มมูลค่าของเหลือใช้ทางการเกษตรจากแกลบข้าวและกระดูกสัตว์เพื่อผลิตเป็นแก้วคริสตัลสีสำหรับอุตสาหกรรมอัญมณี

วิไลวรรณ ลีนะกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2564

การผลิตวัสดุบำบัดน้ำบาดาลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและออกแบบระบบบำบัดน้ำบาดาลเพื่อการบริโภค

นภารัตน์ จิวาลักษณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2563

การพัฒนาเนื้อดินด่านเกวียนเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร

อนุรัตน์ ภูวานคำ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2563

วิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์

ศิริพร เต็งรัง กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558