ผลของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากสาหร่ายต่อไรฝุ่น,<I> Dermatophagoides pteronyssinus</I> (Trouessart)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดหยาบจากสาหร่าย 15 สกุล (Sargassum sp.. Turbinaria sp., Padina sp., Dictyota sp., Oscillatoria sp., Phormidium sp., platensis Hapalosiphon sp., Mastigocladopsis sp., C. lentilifera, Cladophora sp., U. intestinalis, U. rigida, Gracilaria sp., Fischerella sp. Acanthophora sp.) ที่araดด้วย methanol, hexane และ dichloromethane เพื่อควบคุมไรฝุ่น Dermatophagoides pteronyssinus พบว่าสารสกัดที่สกัดโดย methanol ออกฤทธิ์ในการฆ่าไรฝุ่นได้ดีที่สุด โดยสารสกัดจากลาหร่าย Oscillatoria sp. มี ประสิทธิภาพในการฆ่าไรฝุ่นสูงสุดคือ 99.0+1.0% จากนั้นนำ Oscillatoria sp. มาทดลองเพาะเลี้ยงใน สภาวะที่แตกต่างกัน คือลดและเพิ่มปริมาณไนโตรเจนและฟอสฟอรัส เพิ่มความเค็มเป็น 10 และ 5 ppt ผันแปรแสงโดยให้ได้รับแสงจากหลอดฟอูออเรสเซนต์และแสงจากแหล่งธรรมชาติ พบว่าการ เลี้ยงในสภาวะที่มีการเพิ่มปริมาณ NaNO, ในอาหารจะทำให้สาหร่ายมีผลผลิตสูงที่สุด คือ กรัม 0.81 ต่อลิตร ส่วนการเลี้ยงในอาหารที่มีการลดปริมาณK,HPO, ทำให้สารสกัดจากลาหร่ายมีประสิทธิภาพ ในการยับยั้งไรฝุ่นได้สูงที่สุด การผันแปรตัวทำละลายในการสกัดคือเมทานอล เฮกเซน และ ไดคลอโร มีเทน พบว่าตัวทำละลายที่ทำให้สารสกัดมีประสิทธิภาพในการกำจัดไรฝุ่นได้ดีที่ที่สุดคือเมทานอล การ รักษาไว้ที่ 25 ,4 C โดยได้รับแสงและไม่ได้รับแสง 4 วัน พบว่าอุณหภูมิ 45 C ประสิทธิภาพในการกำจัดไรฝุ่นได้สูงกว่าที่ 25"C และเก็บในที่มืดมีประสิทธิภาพดีกว่าที่เก็บในที่ สว่าง