Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

ต้นแบบระบบการผลิตแอสตาแซนธินธรรมชาติจากสาหร่าย Haematococcus เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอาง

อุดมลักษณ์ สมพงษ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ การศึกษาระบบการผลิตสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพแอสตาแซนธินธรรมชาติจากสาหร่าย Haematococcus pluvialis เพื่อใช้เป็นต้นแบบในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสาอาง โดยพัฒนาการเพาะเลี้ยงสาหร่าย Haematococcus ภายใต้ถังปฏิกรณ์ชีวภาพแบบอากาศยก (Airlift photobioreactor) เพื่อเป็นต้นแบบในการขยายไปสู่การเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่ต่อไป ทาการวิเคราะห์อัตราการเจริญ ปริมาณแคโรทีนอยด์ และแอสตาแซนธิน รวมทั้งวิเคราะห์สารออกฤทธิ์ชีวภาพจากสาหร่าย Haematococcus ทาการเพาะเลี้ยงสาหร่าย H. pluvialis ในอาหาร TAP medium โดยเพาะเลี้ยงแบบแบตซ์ พีเอช 7.0 เขย่าบนเครื่องเขย่า ความเร็วรอบ 120 rpm อุณหภูมิ 25 ?C ความเข้มแสง 50-60 ?mol.m-2.s-1 เป็นเวลา 30 วัน บันทึกผลการเจริญ เซลล์สาหร่ายมีอัตราการเจริญเร็วในช่วง 2 สัปดาห์แรก (ระยะ log phase: เซลล์มีสีเขียว)สัปดาห์ที่ 3 -4 เซลล์เริ่มเข้าสู่ระยะ stationary phase (เซลล์สีเขียวอมแดง) เซลล์สาหร่ายจะเริ่มสร้างแอสตาแซนธิน ทาให้เซลล์เริ่มมีสีส้มแดงเพิ่มมากขึ้นในสัปดาห์ที่ 4 (ระยะเซลล์ resting spore: เซลล์สีแดง) วิเคราะห์ปริมาณรงควัตถุแคโรทีนอยด์และแอสตาแซนธินจากสาหร่าย พบว่าเซลล์ในระยะ log phase (เซลล์มีสีเขียว) โดยมีค่าเท่ากับ 1.14+0.01 mg/g DW ในขณะที่ปริมาณรงควัตถุแอสตาแซนธินสูงที่สุด พบมากในเซลล์ระยะ resting spore (เซลล์สีแดง) เท่ากับ 46.06+0.77 mg/g DW ทาการศึกษาฤทธิ์ชีวภาพของสาหร่าย โดยวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลิก และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยใช้วิธีทดสอบการขจัดอนุมูลอิสระ ABTS (2, 2’-azino-bis3-ethylbenzthiazoline-6-sulfonic) radical cation decolorization assay พบว่าสาหร่าย Haematococcus ในระยะ resting spore มีปริมาณสาระสาคัญกลุ่มฟีนอลิก 2.27 ? 0.03 gallic acid equivalents (GAE) /g DW) และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยใช้วิธีทดสอบการขจัดอนุมูลอิสระ ABTS เท่ากับ 1.84 ? 0.06 mg trolox equivalent antioxidant capacity/g DW (mg TEAC/g DW) การศึกษาฤทธิ์ชีวภาพของสาหร่าย (แอสตาแซนธินจากธรรมชาติ) หรือการวิเคราะห์สารต้านออกซิเดชัน ดังเช่นการวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอลิก และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยใช้วิธีทดสอบการขจัดอนุมูลอิสระ ABTS เป็นประโยชน์ในการพัฒนาสาหร่ายเพื่อมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสาอางได้อีกด้วย

คำสำคัญ

Antioxidantสารต้านอนุมูลอิสระMicroalgaeสาหร่ายขนาดเล็กAstaxanthinแอสตาแซนธินฮีมาโตคอคคัสHaematococcus

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ผลของสารเหนี่ยวนำต่อการผลิตแอสตาแซนธินในสาหร่าย Haematococcus sp

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

การพัฒนาระบบผลิตสารสีแอสตาแซนทินจาก สาหร่ายเซลล์เดียว Haematococcus pluvialis โดยการผลิตมวลชีวภาพสาหร่ายในถังปฏิกรณ์ และการกระตุ้นให้เกิดสารสีในบ่อกลางแจ้ง

ประเสริฐ ภวสันต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2552

แบคทีเรียอะซิติก : สรีรวิทยาและการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม

ณัฏฐ์สรัล สายชนะ พ.ศ. 2558

โครงการการพัฒนากระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมักของแบคทีเรียอะซิติกทนร้อนเพื่อการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม

ดวงทิพย์ มูลมั่งมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2554

Cultivation of Haematococcus pluvialis for astaxanthin production on angled bench-scale and large-scale biofilm-based photobioreactors

พ.ศ. 2562

ศึกษารูปแบบการผลิตกรดอินโดลแอซิติกจากแบคทีเรียที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกร

เสาวภา เขียนงาม มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2562

ศึกษารูปแบบการผลิตกรดอินโดลแอซิติกจากแบคทีเรียที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกร

เสาวภา เขียนงาม มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

การคัดเลือกและจัดจำแนกเชื้อแบคทีเรียที่สามารถผลิตเอนไซม์ไลเปสจากน้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรม

ประดินันท์ รัศมีพงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2559

การผลิตซาลาเปาด้วยกล้าเชื้อผสมแบคทีเรียกรดแลคติกและยีสต์ที่คัดเลือก

นภัสรพี เหลืองสกุล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2555

การคัดเลือกและจัดจำแนกเชื้อแบคทีเรียที่สามารถผลิตโพลีไฮดรอกซีอัลคาโนเอตจากน้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรมอาหารด้วยเทคนิคการย้อมด้วยสารเรืองแสง

ประดินันท์ เอี่ยมสะอาด มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2560