กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โฮโมซัยกัสเบต้าธาลัสซีเมียและคอมพาวน์ดเฮเทอโรซัสโกทฮีโมโกลบินอีเบต้าธาลัสซีเมีย เป็นธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่พบมากในประเทศไทย อาการทางคลินิกจะแตกต่างกันขึน้ อยู่กับชนิดของการกลายพันธ์ุของยีนเบต้าโกลบิน การตรวจหาชนิดการกลายพันธ์ุของเบต้าธาลัสซีเมีย และฮีโมโกลบินอีเพื่อกาหนดคู่เสี่ยงถือเป็ นกลยุทธ์สาคัญที่ใช้ในควบคุมอัตราเด็กเกิดใหม่เป็นโรคนี ้ผู้วิจัยจึงพัฒนาเทคนิค Loop - Mediated Isothermal Amplification (LAMP) เพื่อตรวจหาชนิดการกลายพันธ์ุของเบต้าโกลบินยีนชนิดรุนแรง codon 41/42, -TCTT; codon 17, A->T; IVS I nt l,G->T และ codons 71/72, +A) และฮีโมโกลบินอี (HbE, codon 26, G->A) ซงึ่ เป็นการกลายพันธ์ุที่พบมากในประเทศไทย โดยออกแบบไพรเมอร์สาหรับตรวจสอบการกลายพันธ์ุ แล้วนามาทดสอบ เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมพบว่า สภาวะที่เหมาะสมสาหรับการตรวจของไพรเมอร์ คือบ่มปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 64 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 60 นาที และไม่พบ cross amplification กับยีนเบต้าธาลัสซีเมียชนิดอื่นๆ รวมถึงในคนปกติ เมื่อนามาเปรียบเทียบกับเทคนิคมาตรฐาน ARMS (AmplificationRefractory Mutation System) พบว่าให้ผลตรงกัน เพื่อให้การควบคุมและป้องกันโรคธาลัสซีเมีย และฮีโมโกลบินอีในระดับโรงพยาบาลปฐมภูมิ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) หรือภาคสนามมีประสิทธิภาพ ผู้วิจัยจึงประยุกต์ใช้ heating block ในการบ่มปฏิกิริยา ซึ่งเป็นเครื่องมือทั่วไป เคลื่อนย้ายสะดวก และราคาไม่แพง แทนเครื่อง thermal cycler ซึ่งมีราคาสูง การทดสอบความไวและความจาเพาะในตัวอย่างจานวน 30 ตัวอย่าง ประกอบด้วย กลุ่มตัวอย่างที่มีการกลายพันธ์ุของยีนเบต้าโกลบินจานวน 10 ตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่มียีนฮีโมโกลบินอี (HbE) จานวน 10 ตัวอย่าง และกลุ่มตัวอย่างที่ไม่มีการกลายพันธ์ุของยีนเบต้าโกลบิน และฮีโมโกลบินอี จานวน 10 ตัวอย่าง พบว่าชุด LAMP primers สาหรับตรวจสอบการกลายพันธ์ุของเบต้าโกลบินยีน และฮีโมโกลบินอี มีความถูกต้อง ความไว และความจาเพาะ เมื่อเปรียบเทียบกับเทคนิค ARMS สามารถนาไปใช้ในการตรวจการกลายพันธ์ุของเบต้าโกลบินยีน และฮีโมโกลบินอี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อพัฒนาเป็นชุดตรวจbEtaB THAL kit เพื่อตรวจวินิจฉัยยีนเบต้าธาลัสซีเมีย และฮีโมโกลบินอี ด้วยเทคนิค LAMP-LFD พบว่า ชุดตรวจนีส้ ามารถใช้ในการตรวจวินิจฉัยเบต้าธาลัสซีเมีย และฮีโมโกลบินอีได้ สามารถแปลผลได้ ด้วยตาเปล่า ง่าย และสะดวก ทาให้เหมาะกับการนาไปใช้ในในโรงพยาบาลระดับปฐมภูมิโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) หรือ ภาคสนามได้ ซงึ่ ชุดตรวจbEta-THAL kit นีจ้ ะ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในการตรวจวินิจฉัยยีนเบต้าธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่มีความจาเพาะในคนไทย ซึ่งจะช่วยลดอุบัติการณ์ของเด็กเกิดใหม่ที่เป็นโรคเบต้าธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประเทศไทย
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. Actual deliverable qualified through test and demonstration
เมื่องานวิจัยดำเนินการแล้วเสร็จ จะได้ชุดตรวจต้นแบบเพื่อตรวจหายีนเบต้าธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินอี “bEta-THAL kit”ที่จำเพาะในคนไทย และจะถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและโรงพยาบาลชุมชนเพื่อตรวจคัดกรองและสามารถกำหนดคู่เสี่ยงและให้คำปรึกษาในการวางแผนครอบครัวได้ เพื่อช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคธาลัสซีเมียในประเทศไทย
.สามารถพัฒนาเทคนิค Loop-mediated Isothermal Amplification (LAMP) เพื่อการตรวจยีนเบต้าธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงได้ 5 ชนิดคือ codon 41/42, -TCTT; codon 17, A->T; IVS I nt l, G->T และยีนฮีโมโกลบินอี (HbE, codon 26, G->A) เพื่อใช้ในการกำหนดคู่เสี่ยงที่จะมีโอกาสมีบุตรเป็น homozygouse ?0-thalassemia หรือcompound heterozygous ?0-thalassemia/HbE ซึ่งเป็นธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ซึ่งแสดงถึงความเป็นไปได้ของการพัฒนาชุดตรวจนี้ (proof-of-concept) และอยู่ในระหว่างการพัฒนาเทคนิคการตรวจยีนทั้ง 5 ชนิดนี้พร้อมกันใน 1 ครั้งของการตรวจเพื่อเป็นต้นแบบ (prototype) ในการผลิตชุดตรวจยีนเบต้าธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่พบมากในคนไทย.
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area
เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของชุดตรวจยีนเบต้าธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินอีแล้ว จะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้แก่บุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและโรงพยาบาลชุมชน โดยการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง homozygouse ?o thalassemia หรือ compound heterozygous ?0-thal/HbE ได้ในเวลาเดียวกัน สามารถกำหนดคู่เสี่ยงและให้คำปรึกษาในการวางแผนครอบครัว เพื่อลดอุบัติการณ์ของโรคธาลัสซีเมียในประเทศไทย
.นำชุดตรวจต้นแบบนี้ไปทดลองใช้ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดพิษณุโลกซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพ.