กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
กรมทางหลวงใช้การออกแบบโครงสร้างถนนลาดยางตามวิธีการที่เสนอโดย Asphalt Institute มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ วิธีการออกแบบดังกล่าวเป็นวิธีเชิงประสบการณ์ แต่ก็เป็นที่นิยมเพราะว่าเป็นวิธีที่สะดวก ง่าย รวดเร็ว และใช้การทดสอบวัสดุที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลและตัวแปรการออกแบบล้วนพัฒนาจากถนนทดลองในประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้เงื่อนไข สมมุติฐาน และข้อกำหนดการออกแบบของต่างประเทศ นอกจากนี้ ข้อมูลที่นำมาใช้ออกแบบอาจไม่เป็นปัจจุบัน และไม่สะท้อนสภาพข้อเท็จจริงของประเทศไทย ส่งผลให้โครงสร้างถนนลาดยางมีความหนาไม่เพียงพอและอาจเกิดความเสียหายก่อนครบกำหนดอายุการออกแบบ กรมทางหลวง โดยสำนักวิจัยและพัฒนางานทาง ได้ตระหนักถึงปัญหาและความสำคัญของการออกแบบโครงสร้างถนนลาดยางของกรมทางหลวงดังกล่าว ดังนั้น คณะผู้วิจัย จึงได้มีแนวคิดริเริ่มนำค่าการแอ่นตัวที่ได้จากการทดสอบด้วยเครื่องมือ Falling Weight Deflectometer มาใช้ในการออกแบบความหนาของโครงสร้างถนนลาดยางและพัฒนาวิธีการออกแบบโครงสร้างถนนลาดยางภายใต้เงื่อนไขสภาพแวดล้อม วัสดุ และปริมาณจราจรของประเทศไทย เพื่อให้วิศวกรและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานของกรมทางหลวง สามารถนำไปใช้ในการออกแบบก่อสร้างและบูรณะโครงสร้างถนนลาดยางได้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง และปลอดภัย ตามหลักวิศวกรรม คณะผู้วิจัย จึงมีแนวคิดที่จะศึกษาวิเคราะห์ค่าการแอ่นตัวของโครงสร้างถนนลาดยางและค่าความเครียดภายในวัสดุชั้นทางของโครงสร้างถนนลาดยางในรูปแบบต่างๆ โดยวิธีการวิเคราะห์เชิงตัวเลข (Numerical Analysis) พร้อมพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างค่าการแอ่นตัวกับตัวแปรการออกแบบโครงสร้างถนนลาดยาง เช่น ความหนาของชั้นโครงสร้างทาง คุณสมบัติของวัสดุชั้นทาง ปริมาณจราจร ESALs เป็นต้น เพื่อนำเสนอแนวทางการออกแบบโครงสร้างถนนลาดยางสำหรับประเทศไทยต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness