กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
หลายทศวรรษที่ผ่านมา ภัยพิบัติดินถล่มเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิธีทางวิศวกรรมสำหรับการป้องการภัยดินถล่มที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันล้วนแต่เป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ดังนั้นวิธีชีววิศวกรรมดินที่ใช้ประโยชน์จากพืชจึงกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันภัยดินถล่ม พืชคลุมดินสามารถแสดงบทบาทในการเพิ่มเสถียรภาพของลาดดินได้ทั้งในแง่การป้องกันการกัดเซาะที่ผิวหน้าของดิน และการเพิ่มแฟกเตอร์ความปลอดภัยต่อการเลื่อนไถลของลาดดิน อย่างไรก็ตาม ภายใต้สภาพภูมิอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและการกระทำของฝีมือมนุษย์อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของชีววิศวกรรมลาดดินได้ งานวิจัยนี้จึงดำเนินการศึกษาผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อประสิทธิชีววิศวกรรมลาดดิน งานวิจัยนี้ได้ดำเนินการต่อยอดจากองค์ความรู้ก่อหน้าที่อาศัยหญ้าแฝกสำหรับอนุรักษ์ดินและน้ำ งานวิจัยในห้องปฏิบัติที่จะดำเนินการสามารถตรวจสอบผลการการเพิ่มกำลังเฉือนของดินเนื่องจากรากพืข ซึ่งประกอบไปด้วย การศึกษาระบบสถาปัตยกรรมของราก กำลังรับแรงดึงของราก กำลังรับแรงเฉือนของระบบดินและราก รวมถึงผลจากแรงดูดปลายราก การทดสอบด้วยแบบจำลองเชิงกายภาพจะดำเนินการเพื่อประเมินประสิทธิภาพของชีววิศวกรรมลาดดินภายใต้เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง นอกเหนือจากนี้ ผลการศึกษาจะเปรียบเทียบกับงานทดสอบภาคสนามและการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองเชิงตัวเลขเพื่อยืนยันประสิทธิภาพของชีววิศวกรรมลาดดิน ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อใช้พัฒนาเป็นข้อแนะนำในการออกแบบเทคโนโลยีชีววิศวกรรมดิน ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลสำหรับการสนับสนุนการดำเนินงานโครงการที่ส่งเสริมและปรับปรุงระบบนิเวศวิทยาของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้