ศักยภาพการใช้พืชปุ๋ยสดในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาศักยภาพการใช้พืชปุ๋ยสดในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย ดำเนินการในปี พ.ศ. 2561 และ ปี พ.ศ. 2562 เพื่อประเมินศักยภาพของผลผลิตน้ำหนักมวลชีวภาพ และคุณภาพผลผลิตของพืชปุ๋ยสด 4 ชนิด คือ ปอเทือง ถั่วพร้า ถั่วพุ่ม และโสนอัฟริกันเมื่อปลูกในสภาพแวดล้อมของเนื้อดินที่แตกต่าง 7 ชนิด คือ (1) ดินเหนียว (2) ดินร่วนปนทรายแป้ง (3) ดินร่วนปนทราย(4) ดินทราย (5) ดินเหนียวแตก (6) ดินเหนียวด่าง และ (7) ดินปนกรวด พบว่า สมบัติดิน คือ ค่าความเป็นกรดด่าง ปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ แสดงความแตกต่างทางสถิติ โดยดินเหนียวด่าง แสดงค่าความเป็นกรดด่างสูงสุดด้วยค่า pH ระหว่าง 8.05 – 8.09 มีปริมาณอินทรียวัตถุในดินสูงสุด ระหว่าง 4.30 – 4.58 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์สูงสุด ระหว่าง 43.87 – 44.66 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ระหว่าง 231.83 – 239.70 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ศักยภาพการเจริญเติบโต และผลผลิตน้ำหนักมวลชีวภาพของพืชปุ๋ยสด พบว่า ประเภทของเนื้อดินมีผลต่อการเจริญเติบโต และคุณภาพของผลผลิตน้ำหนักมวลชีวภาพของพืชปุ๋ยสด โดยปอเทืองแสดงแนวโน้มสามารถเจริญเติบโตได้ดีในเนื้อดินประเภทดินร่วนปนทราย มีจำนวนต้นต่อพื้นที่ เท่ากับ 155,946 ต้นต่อไร่ น้ำหนักสดต่อพื้นที่ 2,432 กิโลกรัมต่อไร่ น้ำหนักสดของส่วนเหนือดินปอเทือง เท่ากับ 39.2 กรัมต่อต้น น้ำหนักแห้งของส่วนเหนือดินของปอเทือง เท่ากับ 9.4 กรัมต่อต้น มีปริมาณฟอสฟอรัสจากส่วนของรากปอเทือง เท่ากับ 0.16 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณโพแทสเซียมจากส่วนของรากปอเทือง เท่ากับ 1.19 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ถั่วพร้าสามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในเนื้อดินประเภทดินเหนียวแตก และดินร่วนปนทราย มีความสูงต้นถั่วพร้าที่อายุ 60 วัน สูงสุด เท่ากับ 76.5 และ 78.5 เซนติเมตร ตามลำดับ มีจำนวนต้นถั่วพร้าต่อพื้นที่สูงสุด เท่ากับ 24,747 และ 23,893 ต้นต่อไร่ ตามลำดับ เนื้อดินประเภทดินปนกรวด และดินทรายถั่วพร้ามีการเจริญเติบโตได้ไม่ดี ส่งผลต่อปริมาณอินทรีย์คาร์บอน และปริมาณโพแทสเซียมจากส่วนของรากถั่วพร้าที่มีอยู่ปริมาณน้อย เท่ากับ 39.29 และ 0.66 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ สำหรับถั่วพุ่มสามารถเจริญเติบโตได้ดีในเนื้อดินประเภทดินเหนียวแตก มีความสูงต้นถั่วพุ่มสูงสุดในทุกช่วงอายุของถั่วพุ่ม แต่ไม่แสดงความแตกต่างทางสถิติกับถั่วพุ่มที่เจริญเติบโตในเนื้อดินประเภทดินร่วนปนทราย การปลูกถั่วพุ่มในเนื้อดินปนกรวดมีการเจริญเติบโตน้อยที่สุด น้ำหนักสดต้นถั่วพุ่มต่อพื้นที่เมื่อปลูกในเนื้อดินประเภทดินเหนียวแตก และดินร่วนปนทรายไม่ต่างกัน คือ เท่ากับ 4,211 และ 4,730 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ ถั่วพุ่มที่เจริญเติบโตในเนื้อดินประเภทดินเหนียวด่างแสดงแนวโน้มให้ปริมาณไนโตรเจนจากส่วนของรากถั่วพุ่มสูงสุด เท่ากับ 0.172 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณอินทรีย์คาร์บอน ปริมาณไนโตรเจน และปริมาณฟอสฟอรัสจากส่วนเหนือดินของถั่วพุ่มสูงสุด เท่ากับ 44.66 2.66 และ 0.829 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โสนอัฟริกันเจริญเติบโตได้ดีในเนื้อดินประเภทดินร่วนปนทราย มีความสูงต้นสูงสุดที่อายุ 60 วัน เท่ากับ 157.9 เซนติเมตร น้ำหนักต้นสดสูงสุด เท่ากับ 103.66 กรัมต่อต้น และน้ำหนักแห้งสูงสุด เท่ากับ 51. 74 กรัมต่อต้น ซึ่งไม่แตกต่างกับโสนอัฟริกันเมื่อปลูกในเนื้อดินประเภทดินร่วนปนทรายแป้ง มีปริมาณไนโตรเจน ปริมาณฟอสฟอรัส และปริมาณโพแทสเซียมจากส่วนของรากสูงสุด เท่ากับ 1.28 0.175 และ 1.34 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ในขณะที่ โสนอัฟริกันที่ปลูกในเนื้อดินประเภทเนื้อดินด่างมี ปริมาณอินทรีย์คาร์บอน ปริมาณไนโตรเจน ปริมาณฟอสฟอรัส และปริมาณโพแทสเซียมจากส่วนเหนือดินของโสนอัฟริกันสูงสุด เท่ากับ 45.17 2.67 0.826 และ 1.50 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ