การศึกษาเพื่อการพัฒนาการบริหารและติดตามผลงานวิจัยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการศึกษาเพื่อการพัฒนาการบริหารและติดตามผลงานวิจัย มีวัตถุประสงค์ เพื่อเสนอแนวทางการบริหารการติดตาม และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของงานวิจัย ภายใต้การขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะทำงานการขับเคลื่อนการดำเนินงานวิจัยด้านเกษตร โดยมุ่งเน้นกระบวนการบริหาร ติดตาม และประเมินผลสัมฤทธิ์ของงานวิจัย ความคุ้มค่าของงบประมาณที่รับ ให้สามารถนำไปสู่การป้องกัน แก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือนร้อนให้เกษตรกรและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างยั่งยืนการประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการวิจัยด้านการเกษตร มี 3 ลักษณะ คือ (1) แบบรายโครงการ (2) ผลรวมทุกโครงการ และ (3) แบ่งตามประเภทกลุ่มโครงการ ซึ่งมีผลการประเมินในทิศทางเดียวกัน คือ มีความคุ้มค่าในการลงทุนวิจัย สามารถดำเนินการเสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนด สามารถสร้างผลงานวิจัยในระดับผลผลิต (Output) แต่ยังไม่เกิดประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ของโครงการ (Outcome) หรือ ยังไม่สำเร็จตามเป้าหมายของทุนวิจัยที่กำหนดไว้ นั่นเองการบริหารโครงการวิจัยภายใต้งบประมาณแบบมุ่งเป้าหมาย (Directed Fund) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ตามภารกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ เพื่อการบริหารจัดการภัยแล้ง มีผลสรุป ได้ดังนี้ (1) โครงการวิจัยที่มีลักษณะบรรเทาภัยแล้ง คิดเป็นร้อยละ 77 ของจำนวนโครงการวิจัยทั้งหมด ซึ่งผลงานวิจัยจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนทั่วไปจากภัยแล้งได้ในระยะสั้นเท่านั้น (2) โครงการวิจัยที่สามารถสร้างกระบวนการปรับตัวกับภัยแล้ง ซึ่งเป็นมาตรการระยะกลาง คิดเป็นร้อยละ 11 และ โครงการวิจัยที่สามารถป้องกันภัยแล้งในระยะยาว คิดเป็นร้อยละ 11 เช่นกัน (3) ดังนั้น การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกับวิกฤติภัยแล้งของประเทศไทย จำเป็นต้องสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นมาตรการระยะกลางและระยะยาวให้มากขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการปรับตัวต่อผลกระทบจากภัยแล้ง และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะภัยแล้งในภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืน และ (4) การบรรเทาผลกระทบ (Mitigation) การปรับตัวต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะภัยแล้ง (Adaptation) และการป้องกันสาเหตุ (Prevention) หรือการลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะภัยแล้ง เกี่ยวข้องกับนโยบายและมาตรการในหลายระดับ ทั้งระดับระหว่างประเทศ ระดับประเทศ และระดับภูมิภาค จึงควรต้องมีการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยี รวมถึงการเผยแพร่และการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีดังกล่าวไปพร้อมๆกันในทุกระดับ เพื่อให้การตอบสนองต่อภาวะภัยแล้งสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาการบริหารและติดตามผลงานวิจัย สรุปได้ดังนี้ (1) การปรับปรุงโครงสร้างระบบการบริหาร โดยให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการวิจัยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานกลาง มีบทบาทเป็นผู้ประสานงานหลัก (FOCAL Point) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และนักวิจัยทุกโครงการ และ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรเป็นเลขานุการ (2) การบริหารโครงการวิจัย แบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงก่อนดำเนินโครงการวิจัย (Pre-Process Management) ช่วงระหว่างการดำเนินโครงการวิจัย (In-Process Management) และ ช่วงเสร็จสิ้นการดำเนินโครงการวิจัย (Post-Process Management) โดยสรุป โครงการศึกษาเพื่อการพัฒนาการบริหารและติดตามผลงานวิจัย ได้ดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินโครงการวิจัยด้านการเกษตร ภายใต้งบประมาณแบบมุ่งเป้าหมาย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอเพื่อพัฒนาระบบการบริหาร ติดตาม และประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการวิจัยด้านการเกษตร ภายใต้งบประมาณแบบมุ่งเป้าหมาย (Directed Fund) ที่มีรูปแบบของการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ภายใต้การขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานวิจัยด้านเกษตร ให้เกิดความเป็นเอกภาพ มีประสิทธิภาพ สามารถผลักดันผลงานวิจัยให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดความคุ้มค่าของงบประมาณที่รับ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายของการป้องกัน แก้ไขปัญหา และบรรเทาความเดือนร้อนให้เกษตรกรและประชาชนจากวิกฤติด้านต่างๆ ตามบทบาทและภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์