การจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่อุทยานธรณีโลกจังหวัดสตูล โดยใช้เทคโนโลยี RDF-5 ร่วมกับมาตรการทางสังคมเพื่อสร้างชุมชนไร้ขยะ (Zero-waste)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จังหวัดสตูลเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น เกาะหลีเป๊ะ และเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561 ได้รับการรับรองให้เป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย ขยะเกือบทั้งหมดในพื้นที่อุทยานธรณีโลกถูกกำจัดที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยแบบครบวงจร เทศบาลตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล ปัจจุบันมีขยะตกค้างจากชุมชนในศูนย์รวมกว่า 100,000 ตัน การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาการพัฒนาเชื้อเพลิง RDF-5 จากขยะชุมชนโดยใช้ยางพาราเป็นตัวเชื่อมประสาน ซึ่งดำเนินการศึกษาวิจัยทางเทคนิคด้านเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อมของเชื้อเพลิง โดยทำศึกษาที่อัตราส่วนขยะชุมชนต่อยาง 100:0, 95:5, 90:10, 75:25 และ 50:50 ตามลำดับ ผลการวิจัยพบว่า ค่าความร้อนเพิ่มขึ้นในอัตราส่วน (%) ของยางที่เติม ซึ่งค?าความร?อนของเชื้อเพลิงจะแปรผันตรงกับปริมาณของยางพาราเติม อัตราส่วนที่มีค่าความร้อนสูงสุดคือ 50:50 ตามด้วย 75:25, 90:10 และ 95:5 ค่าความร้อนเท่ากับ 40.67 MJ/kg (9720 kcal/kg), 40.24 MJ/kg (9,617 kcal/kg), 39.28 (9,389 kcal/kg) และ 39.18 MJ/kg (9,365 kcal/kg) ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราส่วน 100:0 มีค่าความร้อนเพียง 38.84 MJ/kg (9,284 kcal/kg) เท่านั้น การเพิ่มยางพาราลงในเชื้อเพลิง RDF-5 ช่วยเพิ่มการทำงานร่วมกันอย่างมีนัยสำคัญ ความชื้น เถ้าและเวลาจุดติดไฟของเชื้อเพลิง RDF-5 จากขยะชุมชนที่มียางพาราเป็นตัวเชื่อมประสาน แต่ละอัตราส่วนจะแปรผกผันกับปริมาณยางที่เติม สำหรับความหนาแน่นของเชื้อเพลิงจะแปรผันตรงกับปริมาณยางที่เติมเข้าไป จากผลการทดลองพบว่าการใช้ยางพาราเป็นตัวเชื่อมประสานทำให้กระบวนการเผาไหม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่งผลให้เวลาการจุดระเบิดของเชื้อเพลิงเร็วขึ้นหรือจุดไฟได้ง่ายขึ้น ปริมาณเถ้าน้อยลง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่การเติมยางพาราในปริมาณที่สูงเกินไป ก็อาจกระทบต่อต้นทุนการผลิตได้เช่นกัน ทีมวิจัยเลือกที่จะพัฒนาอัตราส่วน 95:5 เนื่องจากการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์พบว่ามีระยะเวลาคืนทุนเร็วเพียง 5.72 ปีเท่านั้น ดังนั้นอัตราส่วน 95:5 จึงเป็นเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุดที่สามารถขยายไปถึงระดับอุตสาหกรรมได้ ต้นทุนการผลิต RDF-5 เท่ากับ 1,935 บาท/ตัน ที่ราคายางธรรมชาติ 50 บาท/กก. ปริมาณการปล่อยก๊าซที่เกิดจากกระบวนการเผาไหม้ของ RDF-5 (95:5) พบว่า SO2 เท่ากับ 1.05 ppm CO2 เท่ากับ 3.25 ppm NOx เท่ากับ 90.68 ppm และฝุ่นละออง 112.45 มก./ลบ.ม. ซึ่งทั้งหมดผ่านมาตรฐาน ดังนั้น จากการประเมินงานวิจัยนี้จึงพบว่า RDF-5 เป็นเชื้อเพลิงจากขยะชุมชนโดยใช้ยางธรรมชาติเป็นตัวเชื่อมประสานเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการผลิตเชื้อเพลิงหมุนเวียนและการจัดการขยะมูลฝอย และช่วยปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชนในพื้นที่อุทยานธรณีโลกจังหวัดสตูลคำสำคัญ : อุทยานธรณีโลกจังหวัดสตูล, เชื้อเพลิง RDF-5, การจัดขยะมูลฝอยชุมชน, ยางพารา