การจัดการดินพื้นที่นากุ้งร้าง ด้วยปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงสูตรไนโตรเจน ฟอสฟอรัส ร่วมกับ ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 และน้ำหมักชีวภาพซุปเปอร์พด.2 เพื่อเพิ่มผลผลิตของปาล์มน้ำมัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการจัดการดินพื้นที่นากุ้งร้างด้วยปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงสูตรไนโตรเจน ฟอสฟอรัส ร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ พด.12 และน้ำหมักชีวภาพซุปเปอร์พด.2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลผลิตของปาล์มน้ำมันศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติบางประการของดินหลังจากใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงและศึกษผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในการผลิตปาล์มน้ำมัน โดยดำเนินการในพื้นที่ หมู่ที่ 2 บ้านป่าเสม็ด ตำบลท่าเรือ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล ระหว่าง เดือนตุลาคม 2553 ถึง เดือนกันยายน 2556 ซึ่งมีการวางแผนการทดลองแบบ RCBD มี 7 ตำรับการทดลอง จำนวน 3 ซ้ำ ได้แก่ วิธีการที่ 1 (T1) วิธีของเกษตรกร คือ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 21-0-0 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยร๊อคฟอสเฟต 0-3-0 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ และ ปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ วิธีการที่ 2 (T2) ใส่ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร คือ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 21-0-0 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 18-46-0 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 อัตรา 80 กิโลกรัมต่อไร่ วิธีการที่ 3 (T3) ใส่ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์โปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง (ตามผลการประเมินต้นทุนธาตุอาหารจากห้องปฏิบัติการ) คือ โดยใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 21-0-0 อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยร็อคฟอสเฟต 0-3-0 อัตรา 60 กิโลกรัมต่อไร่ วิธีการที่ 4 (T4) ใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตร N อัตรา 320 กิโลกรัมต่อไร่ + ใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตร P อัตรา 150 กิโลกรัมต่อไร่ + ขี้เถ้าไม้ยางพารา อัตรา 220 กิโลกรัมต่อไร่ วิธีการที่ 5 (T5) คือ ใส่ปุ๋ยเคมีในอัตรา 1/2 ตามค่าวิเคราะห์โปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง (ตามผลการประเมินต้นทุนธาตุอาหารจากห้องปฏิบัติการ) คือ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตร N อัตรา 160 กิโลกรัมต่อไร่ + ใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตร P อัตรา 80 กิโลกรัมต่อไร่+ ขี้เถ้าไม้ยางพารา อัตรา 110 กิโลกรัมต่อไร่ วิธีการที่ 6 (T6) คือ ใส่ปุ๋ยเคมีในอัตรา 1/2 ตามค่าวิเคราะห์โปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง (ตามผลการประเมินต้นทุนธาตุอาหารจากห้องปฏิบัติการ) ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตร N , P ของกรมพัฒนาที่ดิน คือ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ + ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตร N อัตรา 60 กิโลกรัมต่อไร่ + ใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตร P อัตรา 60 กิโลกรัมต่อไร่ และ วิธีการที่ 7 (T7) คือ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ + ปุ๋ยหมัก พด.1 อัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่ + น้ำหมักชีวภาพ พด.2 เจือจาง 1 : 2 00 ส่วน อัตรา 3,630 ลิตรต่อไร่ จากผลการศึกษา พบว่า วิธีการที่ 2 (T2) คือ การใส่ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร (ปุ๋ยเคมีสูตร21-0-0 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 18-46-0 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 อัตรา 80 กิโลกรัมต่อไร่) เป็นวิธีการที่ให้ผลผลิตทะลายปาล์มสูงที่สุด ส่วนวิธีการที่ 7 (T7) คือ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ + ปุ๋ยหมัก พด.1 อัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่ + น้ำหมักชีวภาพ พด.2 เจือจาง 1 : 2 00 ส่วน อัตรา 3,630 ลิตรต่อไร่ ให้ผลผลิตทะลายปาล์มน้ำมันต่ำที่สุด นอกจากนี้การใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงร่วมกับปุ๋ยเคมีทำให้ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินอยู่ในระดับ 5.5 ถึง 6.0 ซึ่งเหมาะสมในการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตปาล์มน้ำมัน และช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุและปริมาณธาตุอาหารพืชในดิน สำหรับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ปรากฏว่า วิธีการที่ 6 (T6) คือ การใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตรไนโตรเจน อัตรา 60 กิโลกรัมต่อไร่ และใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตรฟอสฟอรัส อัตรา 60 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นวิธีการที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงที่สุด ส่วนวิธีการที่ 4(T4) คือ การใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตรไนโตรเจน อัตรา 320 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับการใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตรฟอสฟอรัส อัตรา 150 กิโลกรัมต่อไร่ และขี้เถ้าไม้ยางพารา อัตรา 220 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจต่ำที่สุด คำสำคัญ : นากุ้งร้าง ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง น้ำหมักชีวภาพ ปาล์มน้ำมั้น