แนวทางการนำเชื้อเพลิงขยะ (RDF) จากมูลฝอยชุมชนมาใช้ประโยชน์ในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (SME) หรืออุตสาหกรรมขนาดเล็ก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการศึกษาแนวทางการนำเชื้อเพลิงขยะ (RDF) จากมูลฝอยชุมชนมาใช้ประโยชน์ในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (SME) หรืออุตสาหกรรมขนาดเล็ก มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาแนวทางในการนำเชื้อเพลิงขยะ (RDF) ไปใช้ในการผลิตพลังงานร่วมกับอุตสาหกรรมขนาเล็กเพื่อเป็นทางเลือกในการใช้ประโยชน์จากขยะโดยผลการศึกษา พบว่า เทคโนโลยีในการจัดการขยะและคัดแยกเพื่อให้ได้ RDF มีหลายประเภท RDF ที่ได้ส่วนใหญ่ยังมีคุณภาพต่ำหรือจัดอยู่ในกลุ่มของ RDF-2 จำเป็นต้องมีการปรับปรุงคุณภาพและเลือกใช้ให้เหมาะกับเทคโนโลยีการเผาไหม้ที่มีอยู่ โดยในการทดลองครั้งนี้ใช้ RDF ประเภทต่าง ๆ ใน 3 อุตสาหกรรม ซึ่งประกอบด้วย 1) โรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็ก 2) อุตสาหกรรมผลิตเครื่องปั้นดินเผา/เซรามิก และ 3) อุตสาหกรรมการผลิตพื้นรองพาเลทไม้ พบว่า เชื้อเพลิง RDF-2 ซึ่งมีคุณภาพต่ำมีความชื้นสูงจะทำให้ประสิทธิภาพของระบบการผลิตพลังงานลดลง นอกจากนี้ ยังจะมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในการเก็บรักษาและขนส่ง ขณะที่การทดสอบใช้เชื้อเพลิง RDF-3 และ RDF-5 ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเดิมที่ใช้ โดยเชื้อเพลิง RDF สามารถใช้ร่วมกับเชื้อเพลิงหลักชีวมวลได้ แต่ต้องมีการควบคุมปริมาณและอัตราที่เหมาะสมทำให้สามารถสร้างสภาวะการทำงานของระบบ เช่น อุณหภูมิ ความดัน ได้เช่นเดียวกับการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเดิม นอกจากนี้ การใช้ RDF ร่วมไม่กระทบต่อการปนเปือนของมลพิษบนผลิตภัณฑ์ มีการปลดปล่อยมลพิษแตกต่างจากการใช้ชีวมวล และไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ จากการประเมินต้นทุนในการในการปรับปรุงคุณภาพของ RDF-2 เป็น RDF-3 RDF-4 และ RDF-5 ขนาด 20 ตันต่อวัน พบว่า ต้นทุนรวมในการผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF-5 มีค่า 901.7 บาทต่อตัน (ไม่รวมค่าเสื่อมราคา) โดยมาจาก ต้นทุนในการผลิต ต้นทุนจากการบริหารโครงการ และต้นทุนจากการเสียค่าดอกเบี้ยในการกู้ยืมเงินลงทุน (เงินกู้ 30% ของเงินลงทุน) ซึ่งเกือบร้อยละ 50 มาจากค่าแรงงานและค่าน้ำมันที่ใช้ในการผลิต (รถตัก) โดยมีผลตอบแทนภายในทางการเงินจากโครงการลงทุน (Financial Internal Rate of Return: FIRR) ร้อยละ 12.45 และกระแสเงินสดสุทธิจากการลงทุน (Net Present Value: NPV) = 17.77 ล้านบาท มีระยะเวลาการคืนทุน (Payback Period: PP) 6.64 ปี สุดท้าย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ประกอบไปด้วย 1) ศึกษา วิจัย เพื่อการวางแผนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลและองค์ความรู้ด้านการผลิตพลังงานจากขยะ 2) พัฒนากฎหมาย ระเบียบ มาตรการ และมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรการลดการนำขยะไปฝังกลบ 3) สร้างตลาดกลางซื้อขายเชื้อเพลิงขยะ 4) พัฒนามาตรฐานการซื้อขายเชื้อเพลิงขยะ 5) พัฒนาการการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ 6) สร้างกลไกสนับสนุนเงินทุน และ 7) การเป็นศูนย์กลางในการประสานงานความร่วมมือต่าง ๆ