การเพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูปขยะชุมชนเป็นน้ำมันสำหรับทดแทนการใช้น้ำมันเชิงพาณิชย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการแปรรูปเชื้อเพลิงขยะประเภท 3 (RDF-3) เป็นน้ำมัน จากกระบวนการไพโรไลซิสระดับต้นแบบ โดยมีเป้าหมายคือ สามารถดำเนินระบบได้อย่างต่อเนื่อง โดยภายในโครงการ ได้มีการติดตั้งติดเตาปฏิกรณ์หลอมพลาสติกเพิ่มเติมก่อนป้อนวัตถุดิบเข้าสู่เตาปฏิกรณ์ไพโรไลซิส มีการพัฒนาชุดถ่ายกากให้สามารถถ่ายกากอย่างต่อเนื่องที่อุณหภูมิสูง ในขณะเดียวกัน ยังติดตั้งระบบการนำความร้อนที่ได้ในกระบวนการผลิตวนกลับมาใช้เป็นแหล่งความร้อนอีกครั้ง เมื่อพิจารณาจากขยะชุมชนเริ่มต้น พบว่าสามารถผลิตน้ำมันไพโรไลซิสได้ร้อยละ 10.7 และสามารถกลั่นเป็นน้ำมันดีเซล แนฟทา และน้ำมันเตาได้ในร้อยละ 5.3, 3.2 และ 2.0 ตามลำดับ สำหรับคุณภาพน้ำมันที่ผลิตได้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ นอกจากนี้ภายในโครงการ ยังได้มีการทดสอบการผลิตน้ำมันจากการไพโรไลซิสร่วม (co-pyrolysis) ซึ่งใช้กากเหลือทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมมาเป็นวัตถุดิบร่วมกับ RDF-3 จากผลการทดสอบ พบว่าสามารถเพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์น้ำมันได้เล็กน้อย สามารถช่วยเพิ่มสัดส่วนของน้ำมันเบาในน้ำมันไพโรไลซิสได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสัดส่วนของน้ำมันแนฟทาที่เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 4.5 สำหรับมลพิษสำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการ จะเป็นน้ำเสียที่เกิดจากความชื้นของเชื้อเพลิง ซึ่งต้องมีการบำบัดก่อนปล่อยลงสู่สิ่งแวดล้อม เมื่อพิจารณาถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ถึงแม้จะมีการลงทุนในส่วนของการก่อสร้างเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยเมื่อพิจารณาถึงปริมาณการผลิต และการประหยัดพลังงานที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตน้ำมันไพโรไลซิสลดลงจาก 8.3 บาท เป็น 6.1 บาท ต่อเชื้อเพลิงขยะ 1 กิโลกรัม และถ้าพิจารณาการลงทุนก่อสร้างระบบที่มีการกลั่นน้ำมันไพโรไลซิส พบว่า จะมีระยะเวลาคืนทุนเร็วขึ้น (จากเดิม 13 ปี เป็น 8 ปี จากระยะเวลาการดำเนินโครงการ 20 ปี) การต่อยอดเทคโนโลยีในงานวิจัย ควรมีการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการกลั่น และระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำมันได้ดีมากขึ้น สำหรับการส่งเสริมเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ต้องมีการพิจารณาในด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมอย่างครบวงจร ทั้งการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยภายในงานวิจัย ได้มีการนำเสนอกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง และแนวทางสำหรับการนำน้ำมันที่ผลิตได้จากโครงการไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์