การผลิตน้ำมันชีวภาพจากเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรด้วยกระบวนการไพโรไลซิสแบบเร็ว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัจจุบันชีวมวลได้รับความสนใจนำมาพัฒนาเป็นพลังงานทดแทนเพื่อใช้ผลิตเชื้อเพลิง ชีวภาพ ในงานวิจัยนี้เป็นการศึกษากระบวนการไพโรไลซิสแบบเร็วของเศษไม้กระถินณณงค์ โดยพิจารณาภาวะที่เหมาะสมในการเกิดเป็นน้ำมันชีวภาพ และองค์ประกอบที่มีร้อยละผลได้ ของแอโรมาติกที่มากที่สุด โดยใช้การออกแบบการทดลองแบบแฟกทอเรียล ประกอบด้วย อุณหภูมิระหว่าง 380 - 580 องศาเซลเซียส อัตราการป้อนเศษไม้ชีวมวล 120 - 240 รอบต่อ นาที อัตราการป้อนแก๊สไนโตรเจน 20 - 80 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อนาที และปริมาณตัวเร่ง ปฏิกิริยาโดโลไมด์ ร้อยละ 1 - 5 โดยน้ำหนักในแต่ละป้จจัยมีสองระดับของการทดลอง ผลการ วิเคราะห์ภาวะที่เหมาะสมที่ให้ร้อยละผลได้ของน้ำมันชีวภาพ และองค์ประกอบที่มีร้อยละผลได้ ของแอโรมาติกที่มากที่สุดใช้วิธีพื้นที่ตอบสนองบนโปรแกรม Design Expert" เวอร์ชั่น 7.0 พบว่าที่อุณหภูมิ 515.18 องศาเซลเซียส อัตราการป้อนเศษไม้กระถินณรงค์ 120.01 รอบต่อ นาที อัตราการป้อนแก๊สไนโตรเจน 20 - 80 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อนาที และปริมาณตัวเร่ง ปฏิกิริยาโตโลไมต์ ร้อยละ 1 - 5 โดยน้ำหนัก ให้ร้อยละผลได้ของน้ำมันชีวภาพที่มีองค์ประกอบ เป็นสารจำพวกแอโรมาติกสูงที่สุด เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของน้ำมันชีวภาพด้วยเครื่องแก๊ส โครมาโทรกราฟ-แมสสเปคโตรเมตตี พบว่า น้ำมันชีวภาพประกอบด้วยสารประกอบอินทรีย์ จำพวก อะลิแฟติก แอโรมาติก อัลดีไฮด์ ก็โตน และฟืนอล ผลการวิจัยนี้พบว่า น้ำมันชีวภาพที่ ผลิตได้จากการไพโรไลซิสแบบเร็วยังต้องปรับปรุงคุณภาพก่อนการนำไปใช้เป็นน้ำมันสำหรับ เครื่องยนต์ดีเซลโดยตรง