การเปรียบเทียบลักษณะรูปทรงของเชื้อเพลิงอัดแท่งจากใบไม้และวัชพืชที่มีผลต่อประสิทธิภาพทางความร้อนและอายุการใช้งานเพื่อเป็นเชื้อเพลิงทดแทน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการเปรียบเทียบลักษณะรูปทรงพื้นที่หน้าตัดของแท่งเชื้อเพลิงชีวมวลที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการให้พลังงานความร้อนและอายุการใช้งานเพื่อเป็นเชื้อเพลิงทดแทน9ในการดาเนินงานวิจัยนี้จะใช้ใบยูคาลิปตัสมาทาการย่อยให้มีขนาดเล็กโดยผ่านรูตะแกรงขนาด 50 ? 50 มิลลิเมตร และใช้ใบยูคาลิปตัสผสมกับแป้งมันและน้า ในอัตราส่วน 7:3:1 จากนั้นนามาอัดขึ้นรูปเป็นแท่งเชื้อเพลิงชีวมวลโดยมีพื้นที่หน้าตัด 4 ลักษณะ ประกอบด้วย พื้นที่หน้าตัดรูปทรงห้าเหลี่ยม พื้นที่หน้าตัดรูปทรงสี่เหลี่ยม พื้นที่หน้าตัดรูปทรงสามเหลี่ยม และพื้นที่หน้าตัดรูปทรงกลมโดนัท โดยแต่ละลักษณะจะมีรูตรงกลางขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 14.5 มิลลิเมตร และมีพื้นที่หน้าตัดเท่ากับ 125fตารางมิลลิเมตร ค่าความคลาดเคลื่อนประมาณร้อยละ 10 ของขนาดพื้นที่หน้าตัด จากนั้นนาแท่งเชื้อเพลิงชีวมวลที่ผ่านการอัดขึ้นรูปไปอบไล่ความชื้นให้ได้ค่าความชื้นที่ 8 เปอร์เซ็นต์ และทดสอบหาค่าพลังงานความร้อน ด้วยเครื่อง AutodBombdCalorimeter.ทดลองหาอัตราการสิ้นเปลืองโดยการต้มน้าที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส และเปรียบเทียบพลังงานความร้อนของแต่ละลักษณะพื้นที่หน้าตัด และทดสอบหาปริมาณเถ้าในแท่งเชื้อเพลิงชีวมวล ผลการทดลองพบว่าแท่งเชื้อเพลิงชีวมวลจะให้ค่าพลังงานความร้อนสูงสุดอยู่ที่ 4,194.80dแคลอรี่/กรัม ลักษณะพื้นหน้าตัดรูปทรงสามเหลี่ยมให้ค่าความชื้นต่าสุดที่ 5.14dเปอร์เซ็นต์ ลักษณะพื้นที่หน้าตัดรูปทรงห้าเหลี่ยมมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยที่สุดที่ 0.74fกิโลกรัม/ชั่วโมง และลักษณะพื้นที่หน้าตัดรูปทรงกลมโดนัทให้ปริมาณเถ้าน้อยสุดที่ 7.5 เปอร์เซ็นต์