การพัฒนาระบบถังหมักเร็วเร่งปฏิกิริยาไบโอแก๊สสำหรับใช้ในครัวเรือน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ทำการศึกษาการพัฒนาถังหมักเร็วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการหมักให้ได้แก๊สชีวภาพ ที่เพิ่มขึ้นภายในระยะที่รวดเร็ว ทำการทดสอบที่อุณหภูมิ 30, 40, 50 และ 60 องศาเซลเซียส เพื่อหา อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการผลิตแก๊สชีวภาพโดยใช้วัตถุดิบเปรียบเทียบทั้งหมด 2 ชนิดด้วยกัน คือ จากมูลสุกร และมูลโคนม เพื่อทดสอบหาอัตราการเกิดแก๊สชีวภาพ หาอัตราส่วนร้อยละการ เกิดปฏิกิริยาของแก๊สมีเทนและเปรียบเทียบชนิดของวัตถุดิบ จากการทดลองแสดงให้เห็นว่าผลการ ทดสอบที่อุณหภูมิ 50 และ 60 องศาเชลเซียส ทำให้เกิดแก๊สชีวภาพได้รวดเร็วที่สุด โดยมูลสุกรจะ เกิดขึ้นในวันที่ 6 ของการทดลอง และมูลโคนมจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 ของการทดลอง เมื่อทำการ เปรียบเทียบปริมาณแก๊สชีวภาพสะสมของทั้ง 2 วัตถุดิบ พบว่าที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส มี ปริมาณแก๊สชีวภาพสะสมสูงสุด โดยในมูลสุกรเท่ากับ 108.1 ลิตร และในมูลโคนมเท่ากับ 83.5 ลิตร และทำการหาปริมาณแก๊สมีเทนที่เกิดขึ้น พบว่าถังหมักมูลสุกรมีปริมาณแก๊สมีเทนอยู่ในช่วง 60.2- 66.6 % ในถังหมักมูลโคนมมีปริมาณแก๊สมีเทนอยู่ในช่วง 59.0-64.6% โดยอุณหภูมิ 50 องศา เซลเซียส เป็นช่วงที่สามารถผลิตแก๊สมีเทนได้สูงสุด เมื่อทำการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ พบว่าจากกการรดสอบได้มีค่าถาถานในตัว อุปกรณ์ทั้งหมด 16,510 บาท ซึ่งการลงทุนพบว่ามีค่าใช้จ่ายในอุปกรณ์เป็นหลัก เมื่อเทียบกับการหมัก ก๊าชชีวภาพแบบปกติ พบว่าปริมาณก๊าซชีวภาพจะเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่เหมาะสม และใช้ระยะเวลาการเกิดที่สั้นกว่า โดยมีเงินลงทุนและค่าบำรุงรักษาทั้งปีประมาณ 17,710 บาท โดย มีผลตอบแทนรายปีจากปริมาณการเกิดก๊าชชีวภาพประมาณ 26,603.52 บาท อ้างอิงที่ราคา LPG ราคา 24:20 บาท,(เดือนตุลาคม 2561) PBP จะมีระยะคืนทุนเท่ากับ 0.67 ปี คิดผลตอบแทนรายปี ที่ ดอกเบี้ย 5% ของเงินลงทุน ค่าตอบแทน NPV มีค่าเท่ากับ 7.626.69 บาท/ปี