Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมในการจัดการขยะทั่วไปในเขตที่อยู่อาศัย: การแทรกแซงทางสังคมเพื่อการออกแบบนโยบายที่มีประสิทธิผล (ชื่อเดิม: เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมในการจัดการขยะติดเชื้อ: การแทรกแทรงทางสังคมเพื่อการออกแบบนโยบายที่มีประสิทธิผล)

ชินวัฒน์ หรยางกูร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ใช้ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (ทฤษฎีการผลักดัน) ในการกระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการคัดแยกขยะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณการคัดแยกขยะรีไซเคิลแทนที่จะทิ้งขยะดังกล่าวรวมกันเป็นขยะทั่วไป หลังจากนั้นได้มีการวัดประสิทธิผลของการแทรกแซงวิธี 3 วิธีได้แก่ การให้ข้อมูล การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และการใช้บรรทัดฐานทางสังคมและข้อมูลสะท้อนกลับ ต่อที่อยู่อาศัยหลักทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และอาคารชุด การศึกษาใช้การทดลองภาคสนามโดยใช้เวลาในการทดลองทั้งสิ้น 32 สัปดาห์ แบ่งเป็น 16 สัปดาห์แรกที่ไม่ได้ให้การแทรกแซงใด ๆ และ 16 สัปดาห์หลังที่มีการแทรกแซงด้วยวิธีต่าง ๆ ครอบคลุมที่อยู่อาศัยทั้งสิ้น 12 โครงการ เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของงานวิจัย 3 ประการคือ (1) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมการคัดแยกขยะรีไซเคิลออกจากขยะทั่วไประหว่างก่อนและหลังการแทรกแซง (2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลการแทรกแซงวิธีต่าง ๆ ต่อประเภทที่อยู่อาศัยแบบต่าง ๆ และ (3) นำผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการคัดแยกขยะมาคำนวณผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแทรกแซงด้วยทฤษฎีการผลักดัน ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้มีความโดดเด่นกว่างานวิจัยที่ผ่าน ๆ มาทั้งในแง่ระยะเวลาการทดลองที่ยาวนานกว่า ประเภทที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมกว่า และประเภทการแทรกแซงที่ครบถ้วนมากกว่า และสุดท้ายจะนำผลการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมมาใช้ในการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการคัดแยกขยะด้วยทฤษฎีการผลักดันนั้นมีประสิทธิผลที่ดี กล่าวคือ การแทรกแซงทั้ง 3 วิธีทำให้ปริมาณการคัดแยกขยะ (วัดน้ำหนักขยะรีไซเคิลที่ถูกคัดแยกระหว่างก่อน-หลังการแทรกแซง) มากขึ้น การเปรียบเทียบความแตกต่างของปริมาณน้ำหนักขยะระหว่างช่วง 16 สัปดาห์แรกและ 16 สัปดาห์หลัง ในกลุ่มควบคุม (ไม่ได้รับการแทรกแซง) พบว่าปริมาณน้ำหนักขยะ รีไซเคิลลดลงร้อยละ 26.37 ในกลุ่มการให้ข้อมูลพบว่ามีปริมาณน้ำหนักขยะรีไซเคิลเพิ่มขึ้นร้อยละ 91.57 ในกลุ่มการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางกายภาพมีปริมาณน้ำหนักขยะรีไซเคิลเพิ่มขึ้นร้อยละ 130.43 และในกลุ่มการใช้บรรทัดฐานทางสังคมและข้อมูลสะท้อนกลับมีปริมาณน้ำหนักขยะรีไซเคิลเพิ่มขึ้นร้อยละ 117.55 ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าการแทรกแซงทุกประเภทส่งผลให้กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการแยกขยะมากขึ้น และการแทรกแซงด้วยวิธีการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางกายภาพมีประสิทธิภาพมากที่สุด อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงบริบททางกายภาพมีลักษณะเด่นดังนี้ (1) เป็นการสื่อสารที่ตรงไปตรงมาไม่ต้องตีความ (2) เป็นการสื่อสารที่ตรงกับผู้มีหน้าที่จัดการขยะและตรงกับเวลาที่เกิดพฤติกรรมการคัดแยกขยะ (3) เป็นการสื่อสารที่มั่นคงถาวรสามารถสื่อสารกับผู้อยู่อาศัยได้ตลอดเวลา สำหรับการเปรียบเทียบปริมาณน้ำหนักขยะรีไซเคิลที่คัดแยกได้ โดยตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่ากลุ่มบ้านเดี่ยวที่ได้รับการแทรกแซงมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.96 (ในขณะที่กลุ่มบ้านเดี่ยวควบคุมมีการเปลี่ยนแปลงลดลงร้อยละ 5.10) กลุ่มทาวน์โฮมที่ได้รับการแทรกแซงมีปริมาณน้ำหนักขยะรีไซเคิลเพิ่มขึ้นร้อยละ 73.17 (ในขณะที่กลุ่มทาวน์โฮมควบคุมมีปริมาณน้ำหนักขยะรีไซเคิลลดลง 41.33) และกลุ่มอาคารชุดที่ได้รับการแทรกแซงมีปริมาณน้ำหนักขยะรีไซเคิลเพิ่มขึ้นร้อยละ 125.92 (ในขณะที่กลุ่มอาคารชุดควบคุมมีปริมาณน้ำหนักขยะรีไซเคิลลดลงร้อยละ 45.31) ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าที่อยู่อาศัยรูปแบบอาคารชุดตอบสนองต่อการแทรกแซงในภาพรวมดีที่สุดเนื่องจากมีปริมาณน้ำหนักขยะรีไซเคิลเพิ่มขึ้นร้อยละ 171.23 เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม สาเหตุหลักพบว่าผู้อยู่อาศัยแบบอาคารชุดเป็นกลุ่มคนอายุเฉลี่ยน้อยกว่าซึ่งมักเป็นกลุ่มที่มีทัศนคติตื่นตัวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและอาคารชุดได้มีการจัดพื้นที่สำหรับการทิ้งขยะมูลฝอยที่มีความสะดวกกว่าพื้นที่ในที่อยู่อาศัยประเภทอื่น ๆ ในขณะที่รูปแบบที่อยู่อาศัยแบบบ้านเดี่ยวตอบสนองต่อการแทรกแซงน้อยที่สุด เนื่องจากสภาพการจัดการขยะในที่อยู่อาศัยประเภทนี้มีความเป็นปัจเจกสูง แต่ละบ้านมีช่องทิ้งขยะของตนเองและมีช่องทิ้งเพียงช่องเดียวไม่ได้มีจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการแยกประเภทขยะของบ้านแต่ละหลัง เมื่อทางโครงการใช้วิธีจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางก็จะก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการคัดแยกขยะ อีกทั้งผู้รับสารจากการแทรกแซงและผู้จัดการขยะอาจจะเป็นคนละคนกัน โดยผู้อยู่อาศัยบ้านเดี่ยวมักมีการจ้างแม่บ้านที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการจัดการขยะ จากการพิจารณามูลค่าทางเศรษฐกิจเบื้องต้นพบว่า มูลค่าของขยะที่สามารถคัดแยกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้จะมีมูลค่าประมาณ 40.25 ถึง 41.95 บาทต่อกิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับราคาของคาร์บอนเครดิต) ดังนั้นมูลค่าทางเศรษฐกิจส่วนเพิ่มที่ได้จากการทดลองครั้งนี้คือ 8,345.08 ถึง 8,738.19 บาทต่อสัปดาห์ต่อโครงการ หากคิดมูลค่าเศรษฐกิจดังกล่าวตลอด 1 ปีหรือ 52 สัปดาห์ จะมีมูลค่าเฉลี่ยประมาณ 435,971.9 ถึง 454,385.88 บาทต่อโครงการ ดังนั้นหากขยายการดำเนินงานการแทรกแซงไปในระดับที่กว้างขึ้น เช่น ให้ครอบคลุมที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะสามารถส่งผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น

คำสำคัญ

field experimentbehavioural economicsRandomised controlled trialเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมinfectious waste managementNudge theoryการจัดการขยะติดเชื้อการทดลองภาคสนามการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมทฤษฎีผลักดัน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสร้างต้นแบบทัศนคติและพฤติกรรมที่ดีของประชาชนในการจัดการขยะ

ธนาวรรณ พิณะเวศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559

ความตระหนักทางจริยศาสตร์สิ่งแวดล้อมต่อการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล

เกียรติศักดิ์ ดวงจันทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2561

นวัตกรรมการบริหารจัดการขยะต้นทางจากครัวเรือนโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายจังหวัดชัยภูมิ

ศักดิ์ชาย เพ็ชรตรา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2565

รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพตามบริบทชุมชนแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

วราวุฒิ มหามิตร มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2561

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมและการบริหารจัดการขยะของคนในชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลแคราย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

นิยม สุวรรณเดช มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2560

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดการขยะแบบสุขภาวะของชุมชนบ้านทุ่งศรี ตำบลทุ่งศรี อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่

ภูพาน แก้วอัคฮาด พ.ศ. 2560

การถ่ายทอดองค์ความรู้การบริหารจัดการขยะชุมชนเพื่อพัฒนาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

พรทวี กองร้อย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559

ความรู้ ทัศนคติ และ พฤติกรรมเกี่ยวกับการจัดการขยะ ของหมู่บ้านนางแลใน ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

สุรัสวดี นางแล มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2559

การบริหารจัดการเพื่อให้บริการด้านการจัดเก็บขยะของกรุงเทพมหานครตามแนวคิดการบริหารจัดการที่ยั่งยืน

สีฟ้า แจ่มวุฒิปรีชา มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย พ.ศ. 2559

การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการแปรรูปขยะเป็นพลังงาน ณ สถานที่ฝังกลบขยะมูลฝอย เทศบาลนครลำปาง

พิมผกา โพธิลังกา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2560