ไมโครพลาสติก และผลกระทบต่อระบบนิเวศน้ำจืดและระบบนิเวศบนบกในลุ่มน้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ศึกษาการสะสมของไมโครพลาสติกในระบบนิเวศบนบกครอบคลุม มวลน้ำ ตะกอนดิน ดิน สัตว์ป่าบก ลูกอ๊อด ปลาน้ำจืด กุ้งน้ำจืด หอยฝาเดียวและหอยสองฝา และกองมูลของสัตว์ป่าในพื้นที่ลุ่มน้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี พบไมโครพลาสติกในมวลน้ำ 0.48?0.67 ชิ้น/ลิตร และในตะกอนดินกับดิน 13.61 ?17.74 และ 15.11?11.68 ชิ้น/กิโลกรัม ตามลำดับ ซากสัตว์ป่าและลูกอ๊อด 0.79?5.13 และ 12.07?31.14 ชิ้น/น้ำหนักตัว (กรัม) และในกองมูลสัตว์ป่าร้อยละ 41.18 ในช้างป่า กระทิง หมูป่า กวางป่า ละอง-ละมั่ง หมาใน และแย้ พื้นที่อนุรักษ์พบไมโครพลาสติกในมวลน้ำ (p < 0.01) และซากสัตว์ป่ากับลูกอ๊อด (p < 0.05) น้อยกว่านอกพื้นที่อนุรักษ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนใหญ่พบไมโครพลาติกแบบเส้นใย สีดำ สีน้ำเงิน สีฟ้า และสีขาวขุ่น และ 50 – 1000 ?m ทั้งในมวลน้ำ ตะกอนดิน ดิน ซากสัตว์ป่าและลูกอ๊อดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.01) ปริมาณของไมโครพลาสติกจำแนกตามรูปร่าง สี และขนาดในมวลน้ำ ดิน ตะกอนดิน เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับที่พบในซากสัตว์ป่าและลูกอ๊อด และในการศึกษาปลา 15 ชนิด กุ้ง 1 ชนิด หอย 2 ชนิด พบไมโครพลาสติกแบบเส้นใยมากที่สุด โดยพบในปลาที่กินทั้งพืชและสัตว์ ปลากินเนื้อ และปลาหน้าดิน ร้อยละ 73.3, 66.6, และ 65.3 ตามลำดับ โดยปริมาณที่พบในเขตต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ของปลาช่อน (Channa striata) ร้อยละ 10, 40, 80; ปลาขี้ยอก (Mystacoleucus marginatus) ร้อยละ 0, 30, 90; ปลาอีด (Paracanthocobitis zonalternan) ร้อยละ 0, 10, 40; กุ้ง (Macrobranchium lanchesteri) ร้อยละ 0, 22, 35; หอยฝาเดียว (Clea Anentome helena) ร้อยละ 0, 14, 64; และหอยกาบน้ำจืด (Pilsbryoconcha exilis compressa) พบเฉพาะในเขตต้นน้ำและปลายน้ำร้อยละ 0 และ 75 ตามลำดับ ไมโครพลาสติกที่พบเป็นพอลิเมอร์ชนิด LDPE, PE PET, PP, PVC, PDMS, PA, PES, PU, PS, PMMA, Polyethylene/polypropylene copolymer, Polyester, EDPM rubber, , Polyester + Cotton, PP+PE, Polyester+ Rayon, Rayon+PU, Cotton+PU ผลวิจัยยืนยันว่าพื้นที่ชุมชนสัมพันธ์กับปริมาณไมโครพลาสติกในสิ่งแวดล้อมและในสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่อิสระทั้งบนบกและในน้ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) แต่ปริมาณที่พบน้อยเกินกว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและมนุษย์อย่างเฉียบพลัน (acute) ได้ จำเป็นต้องมีการศึกษาทางพิษวิทยาเพิ่มเติม ทั้งนี้ไมโครพลาสติกน่าเกิดจากการทิ้งขยะเกลื่อนกลาด การกำจัดขยะแบบเทกอง การซักผ้าใยสังเคราะห์ การใช้พลาสติกเพื่อการเกษตร การใช้กระสอบพลาสติกทำฝาย และไมโครพลาสติกจากอากาศ ผลการศึกษานี้เป็นองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการสร้างความมตระหนักต่อสถานการณ์ของไมโครพลาสติก นำไปสู่การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการแหล่งกำเนิดไมโครพลาสติกแก่ประชาชน หน่วยงานรัฐในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยว รวมทั้งต้องริเริ่มการเฝ้าระวังการสะสมของไมโครพลาสติกผ่านเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อนิเวศบริการที่มนุษย์ต้องการจากธรรมชาติบนฐานทรัพยากรในท้องถิ่น