การบำบัดไมโครพลาสติกบริเวณป่าชายเลนโดยใช้พืชร่วมกับแบคทีเรีย (ปีที่ 2)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการปนเปื้อนไมโครพลาสติกในป่าชายเลน บริเวณดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม และชายหาดปากเมง ชายหาดเจ้าไหม อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง เพื่อจาแนกชนิดและปริมาณของไมโคร พลาสติกที่พบในตะกอนดินและน้า รวมถึงการจาแนกชนิดของแบคทีเรียที่พบในบริเวณดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อทดสอบสายพันธุ์ของแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการย่อยสลายไมโครพลาสติกจานวน 3 สายพันธุ์ ผลการศึกษาในปีแรก พบการปนเปื้อนของไมโครพลาสติก 3 รูปร่าง ได้แก่ เส้นใย แผ่นแข็ง และอื่นๆ (เม็ดกลม แท่ง แผ่นวง) โดยพบจานวนของไมโครพลาสติกในตะกอนดินสูงกว่าในน้า และชนิดของไมโคร พลาสติกที่พบจานวนสูงสุด 3 ชนิดแรก จากจานวนไมโครพลาสติกที่พบทั้งหมด 3279 ชิ้น ได้แก่ เซลโลเฟน (21.78%) เซลลูโลส (19.79%) และ โพลีเอสเตอร์ (11.31%) ตามลาดับ และพบแบคทีเรียจากป่าชายเลน บริเวณดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม จานวน 9 สกุล จาแนกชนิดได้จานวน 33 สายพันธุ์ และที่ไม่สามารถจาแนกชนิดได้ จานวน 3 สายพันธุ์ และพบแบคทีเรียจากบริเวณชายหาดปากเมง หาดเจ้าไหมจังหวัดตรัง เพิ่ม 1 สกุล และพบสายพันธุ์แบคทีเรียเพิ่มขึ้นอีกจานวน 30 สายพันธุ์ โดยการศึกษาได้ทดสอบประสิทธิภาพของแบคทีเรียที่จาแนกได้จากบริเวณดอนหอยหลอดต่อการย่อยสลายไมโครพลาสติกจานวน 5 ชนิดที่พบมีจานวนสูงสุด จากตัวอย่างบริเวณดอนหอยหลอดจังหวัดสมุทรสงคราม ได้แก่ โพลีเอทิลีน โพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต โพลีโพรไพลีน โพลีสไตรีน และ โพลีไวนิลคลอไรด์ พบว่าแบคทีเรียที่ทาการทดสอบสามารถลดปริมาณไมโครพลาสติกที่ทาการศึกษาได้ 0.00 – 26.00 % โดย Bacillus indicus strain cjy07, Pseudoalteromonas arabiensis strain k53, Fictibacillus halophilus strain x57-2, และ B. altitudinis เป็นแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการย่อยสลายไมโครพลาสติกชนิด โพลีเอทิลีน โพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต และ โพลีไวนิลคลอไรด์ ตามลาดับ จากการทดสอบการใช้ต้นโกงกางใบใหญ่ (Rhizophara mucronate) และต้นจิกทะเล (Barringtonia asiatica (L.) Kurz) ร่วมกับแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการย่อยสลายไมโครพลาสติกทั้ง 4 สายพันธุ์ พบว่าเมื่อปลูกต้นจิกทะเล (B. asiatica (L.) Kurz) ร่วมกับแบคทีเรียสายพันธุ์ Pseudoalteromonas arabiensis strain k53 ในภาวะไฮโดรโพนิกเป็นเวลา 120 วันสามารถลดไมโครพลาสติกขนิดโพลีเอทิลีน ได้ถึง 79.35% ดังนั้นการให้ความรู้ผลจากการศึกษาครั้งนี้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชร่วมกับการรณรงค์ให้มีการปลูกพืชป่าชายเลนเพิ่มขึ้นจะช่วยลดปริมาณการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกได้อย่างเป็นรูปธรรม