การค้นหาโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคอัลไซเมอร์ด้วยการออกกำลังกาย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การค้นหาโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคอัลไซเมอร์ด้วยการออกกำลังกายธีรกุล อาภรณ์สุวรรณ สิทธิรักษ์ รอยตระกูล พัชรี คุณค้ำชูอุบัติการณ์ของภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ที่เป็นสาเหตุหลักของภาวะสมองเสื่อมนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นศึกษาความสัมพันธ์ของโปรตีน Abeta42 และ Interleukins (IL-1? หรือ IL-6) หรือ tumor necrosis factor-alpha (TNF-?) จากตัวอย่างซีรั่มของคนป่วยที่เหลือจากการตรวจร่างกายทางห้องปฏิบัติการแบ่งออกเป็นกลุ่มคนป่วยก่อนที่ได้รับการออกกำลังกาย และหลังการออกกำลังกาย จำนวน 17 ตัวอย่าง เปรียบเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ไม่ได้รับการออกกำลังกาย จำนวน 19 ตัวอย่าง และกลุ่มควบคุมที่เป็นคนปกติสูงวัย จำนวน 18 ตัวอย่าง และศึกษารูปแบบของโปรตีน (โปรตีโอม) ในปัสสาวะที่มีระดับการแสดงออกของโปรตีนที่เปลี่ยนแปลงด้วยเทคนิคทาง proteomic ในคนป่วยโรคอัลไซเมอร์ระยะต่างๆ ก่อนที่ได้รับการออกกำลังกายและหลังการออกกำลังกาย พบว่า การออกกำลังกายในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่เวลา 0, 3, 6 เดือน มีผลต่อการแสดงออกของโปรตีน TNF-? และ IL6 ลดลง ทำให้มีกระบวนการ amyloid peptide synthesis ลดลงและมีการเพิ่มขึ้นของ กระบวนการ amyloid peptide clearance อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีพยาธิสภาพที่ดีขึ้น ส่วนการแสดงออกของ โปรตีน Abeta42 และ Interleukins (IL-1? ) ไม่เปลี่ยนแปลง โปรตีนจากปัสสาวะ PNPLA6 และโปรตีนจากซีรั่ม TAL-1 เท่านั้นที่มีความสัมพันธ์กับ amyloid beta (APP), TNF-alpha (TNF), IL-1 และ IL-6 ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีรายงานความสัมพันธ์กับโรคอัลไซเมอร์ดังนั้นการประยุกต์ใช้เทคนิคโปรตีโอมิกส์มาศึกษารูปแบบของโปรตีน (โปรตีโอม) ในตัวอย่างปัสสาวะและซีรั่มของคนป่วยโรคอัลไซเมอร์ระยะต่างๆ สามารถพัฒนาไปเป็น biomarker ชนิดใหม่ประกอบการตรวจวินิจฉัยคนป่วยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการดำเนินโรคกลายเป็นโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต (preclinical stage of AD) ใช้จำแนกระยะต่างๆ ของโรคอัลไซเมอร์ได้ชัดเจนขึ้นและอาจใช้ติดตามการรักษาโรคได้อีกด้วย