Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การศึกษาเชิงชีววิทยาระดับโมเลกุลและคุณสมบัติของโปรตีนวาโซฮิบินของพยาธิใบไม้ตับ Opisthorchis viverrini

ฮานส์ รูดี กรามส์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การเกิดมะเร็งท่อน้ำดีมักมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับชนิด Opisthorchis viverrini แบบเรื้องรัง เซลล์มะเร็งต้องการสารอาหารจำนวนมากที่ถูกส่งมาจากหลอดเลือดที่สร้างขึ้นมาใหม่ (angiogenesis and neovascularization) พบโปรตีนวาโซฮิบินจำนวนหนึ่งในมนุษย์ ที่สามารถทั้งยับยั้งและกระตุ้นการสร้างเสื้อเลือดใหม่ได้ รวมทั้งยังเป็นสารบ่งมะเร็ง (tumor marker) อีกด้วย จากการค้นพบนี้ อาจเป็นไปได้ว่าโปรตีนวาโซฮิบินของพยาธิอาจจะมีผลต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี โครงการวิจัยนี้คณะผู้วิจัยได้โคลนและศึกษาคุณสมบัติระดับโมเลกุลของโปรตีนวาโซฮิบินของพยาธิใบไม้ตับ O. viverrini (OvVasohibin) โดยพบว่าโปรตีนวาโซฮิบินของพยาธินี้มีความเหมือน (identity) กับโปรตีนวาโฮซิบินของคนน้อยกว่า 30% โดยบริเวณที่มีค่าความเหมือนสูงอยู่บริเวณกลางของโปรตีนและมีค่าความเหมือนต่ำอยู่ทางด้านปลายของโปรตีน การวิเคราะห์การแสดงออกของยีนวาโซฮิบินของพยาธิพบตั้งแต่ในระยะตัวอ่อนจนถึงระยะตัวเต็มวัย สามารถผลิตรีคอมบิแนนท์โปรตีนวาโซฮิบินในเซลล์เจ้าบ้านแบคทีเรีย E. coli ได้และทำให้บริสุทธิ์ได้ด้วยปลายฮีสทีดีนแทก และสามารถอยู่ในรูป soluble form ในสารละลายที่ไม่มีเกลือจนถึงที่มีเกลือ 100 มิลลิโมลาร์ โดยผ่านกระบวนการ refolding ได้ แอนติบอดีต่อรีคอมบิแนนท์วาโซฮิบินสามารถจับกับโปรตีนวาโซฮิบินที่อยู่ในสเปิร์มของพยาธิได้ จากผลการศึกษานี้แสดงว่าโปรตีนวาโซฮิบินมีหน้าที่ในระบบสืบพันธุ์ของพยาธิ ผลของการศึกษาโปรตีนวาโซฮิบินของพยาธิต่อการสร้างหลอดเลือดใหม่โดยใช้เซลล์เอ็นโดธีเลียมขั้นต้นของมนุษย์ (primary human endothelial cells) เป็นโมเดล พบว่า โปรตีนวาโซฮิบินของพยาธิไม่มีความคงทนและเกิดการตกตะกอนในอาหารเลื้ยงเชื้อของเซลล์ดังกล่าวได้ ทำให้ไม่สามารถศึกษาผลกระทบนี้ได้ สำหรับโปรตีนกลุ่มควบคุม (OvCalreticulin) สามารถให้ผลที่ชัดเจน คือ สามารถกระตุ้นการเกิดการเพิ่มจำนวนเซลล์, การเคลื่อนที่ของเซลล์ และการงอกของเซลล์ได้ โดยคณะผู้วิจัยได้ส่งต้นฉบับ (manuscript) สำหรับตีพิมพ์ผลการศึกษาโปรตีน OvCalreticunlin ในวาสารระดับนานาชาติแล้ว โดยอยู่ในระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ อีกทั้งผู้วิจัยเองก็ยังคงทดลองต่อไปสำหรับการหาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับโปรตีนวาโอโซฮิบินของพยาธิต่อไป

คำสำคัญ

Opisthorchis viverriniAngiogenesisbiomedicinetransfectionTrematodainsect cellsvasohibinการสร้างหลอดเลือดใหม่ที่มีอยู่เดิมเซลล์แมลงทรานสเฟกชันทรีมาโทดาพยาธิใบไม้ตับ Ophisthorchis viverriniยาชีวภาพวาโซฮิบิน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาลักษณะการเสื่อมสภาพการทำงานของทีเซลล์ในระหว่างการติดพยาธิใบไม้ตับแบบเรื้อรังและมะเร็งท่อน้ำดี

วิลาวัณย์ ภูมิดอนมิ่ง มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2564

การศึกษาตำแหน่งทูบุลินของพยาธิใบไม้ตับที่ก่อมะเร็งในมนุษย์ชนิดออร์พิสทอร์คิส วิเวอร์รินิ

สรญา แก้วพิทูลย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2558

แบบแผนฟอสโฟโปรตีนที่พบในซีรัมเพื่อการพยากรณ์โรคมะเร็งท่อน้ำดี

ศิริพร ปรุงวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2554

แบบแผนฟอสโฟโปรตีนที่พบในซีรัมเพื่อการพยากรณ์โรคมะเร็งท่อน้ำดี

ศิริพร ภัทรกิจกำจร มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2553

แบบแผนฟอสโฟโปรตีนในเซลล์เพาะเลี้ยงมะเร็งท่อน้ำดี

ศิริพร ภัทรกิจกำจร มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2554

บทบาทของอ๊อกซิไดส์แอลฟ่า-1 แอนตี้ทริบซินในการเป็นตัวบ่งชี้ชีวภาพในโครพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี

พวงรัตน์ ยงวณิชย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2555

การตรวจวัดแอนติบอดีต่อแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ Opisthorchis viverrini ในตัวอย่างซีรัมของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี

พงศ์ศรัณย์ กิมาวหา มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2561

การแยกบริสุทธิ์และการศึกษาโครงสร้างปฐมภูมิของเอนไซม์ไรโบนิวคลีเอสจากสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง

สมพร เกษแก้ว มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2553

ผลของไซโตไคน์ก่ออักเสบต่อการแสดงออกของยีนต้านมะเร็ง แมสปิน ในเซลล์มะเร็งมนุษย์เพาะเลี้ยง

อริยพงษ์ วงษ์นพวิชญ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

ผลของรางจืดต่อการพัฒนาและรักษาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในหนูแฮมสเตอร์

ธิดารัตน์ บุญมาศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2557