สีย้อมชีวภาพจากจุลินทรีย์เพื่อการย้อมผมแบบไร้สารเคมี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมเป็นที่นิยมแพร่หลาย ซึ่งผลิตภัณฑ์สีย้อมผมประเภทถาวรที่ใช้ ในปัจจุบันส่วนมากมีส่วนผสมของสารเคมีสังเคราะห์หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิด อันตรายต่อสุขภาพ จึงได้มีการน าสีจากธรรมชาติมาใช้ในการย้อมผมจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะใช้สี จากพืช แต่การใช้สีจากจุลินทรีย์มาย้อมผมมีงานวิจัยน้อยมาก โดยจุลินทรีย์บางชนิดสามารถสร้างรงค วัตถุได้ เช่น แบคทีเรีย รา ยีสต์ และสาหร่าย เนื่องจากสาหร่ายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสารสีต่างๆ สำหรับใช้ ในกระบวนการสังเคราะห์แสง เช่น คลอโรฟิลล์ แคโรทีนอยด์ และไฟโคบิลิน ส่วนแอคติโนมัยซีทบาง ชนิดสามารถสร้างรงควัตถุที่ละลายน้ำ แพร่ออกมาในอาหารและมีสีต่างๆ จากการศึกษาที่ผ่านมาได้มี การศึกษาและน้ำสารสีจากสาหร่ายมาใช้ในด้านต่างๆ เช่น งานทางด้านชีววิทยา ด้านชีวเคมีด้าน การแพทย์ นำมาใช้เป็นตัวติดฉลากฟลูออเรสเซนต์ ด้านอุตสาหกรรมอาหาร ใช้เป็นสีผสมอาหาร และ นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เป็นต้น ส่วนการใช้ประโยชน์ของเมลานินทางด้านยาในเภสัชกรรม และการผลิตเครื่องสำอาง แต่ไม่มีการประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ย้อมผม ดังนั นงานวิจัยนี จึงได้ศึกษาการ ย้อมผมด้วยสารสีจากสาหร่ายและแอคติโนมัยซีทโดยใช้สารสกัดใบชา สารส้ม ferrous sulfate น้ำมันมะพร้าวและว่านหางจระเข้เป็น mordant และ ใช้ L-ascorbic acid เป็น developer พบว่า ผมที่ย้อมด้วยสีไฟโคอีริทรินผสมกับสารส้มและ L-ascorbic acid ย้อมติดสีได้มากที่สุดหลังการสระ ด้วยแชมพูเมื่อเปรียบเทียบกับทุกสีผลการวัดค่าสีที่มีค่า L* และ b* มีค่าลดลงหมายถึงผมมีความ สว่างและสีเหลืองน้อยลง ส่วน a* มีค่าเพิ่มขึ นมากกว่าชุดการทดลองอื่น แสดงว่าสีผมมีสีแดงมากขึ น นอกจากนี ยังพบว่ามีค่าความแตกต่างของสี (?E*ab) มากที่สุดของชุดการทดลองทั้งหมด แสดงว่าย้อม ติดสีได้มากที่สุด และยังพบว่าคงทนต่อการสระด้วยแชมพูได้ถึง 40 ครั้ง