การใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าของส่วนเหลือทิ้งทางการเกษตรและกากเครื่องดื่มประเภทชงเพื่อประยุกต์ใช้ในการย้อมสีไหม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าของส่วนเหลือทิ้งทางการเกษตรและกากเครื่องดื่มประเภทชงเพื่อประยุกต์ใช้ในการย้อมสีไหม มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิธีการย้อมสีเส้นไหมด้วยวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร (เปลือกทุเรียน เปลือกลำไย ใบบัว ใบไผ่ และเปลือกแก้วมังกร) และวัสดุเหลือทิ้งจาการ จําหน่ายเครื่องดื่มประเภทชง (กากชาไทย กากชาเขียวและกากกระเจี๊ยบ) 2) ทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพและคุณภาพความคงทนของสีภายหลังย้อม ได้แก่ ความคงทนของสีต่อการซัก ความคงทนของสีต่อแสงแดด ความคงทนของสีต่อการเหงื่อและความคงทนของสีต่อการขัดถู และ 3) ทดสอบความพึงพอใจต่อวิธีการย้อมและสีของเส้นไหมที่ย้อมด้วยวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและวัสดุเหลือทิ้งจากเครื่องดื่มประเภท ผลการวิจัยดังนี้ 1.ย้อมไหมด้วยเปลือกทุเรียนอย่างเดียวและย้อมร่วมกับสารช่วยติดสี 4 ชนิด ได้แก่ เกลือ (NaCl) สารส้ม (Alum) คอปเปอร์ซัลเฟต (CuSO4) และเฟอร์รัสซัลเฟต (FeSO4) ที่ความเข้มข้น 0.25, 0.5 และ 1% พบว่า จะให้เส้นไหมโทนสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม เส้นไหมที่ย้อมร่วมกับเฟอร์รัสซัลเฟตจะให้เส้นไหมโทนสีเทาดำ ทดสอบความคงทนของสีหลังย้อม พบว่า เส้นไหมที่ย้อมด้วยเปลือกทุเรียนอย่างเดียวและย้อมร่วมกับสารช่วยติดสีทั้ง 4 ชนิด ที่ความเข้มข้น 0.25% ให้ความคงทนของสีภายหลังย้อมทุกการทดสอบอยู่ในระดับคงทนดีมากที่สุด (5) 2.ย้อมไหมด้วยเปลือกลำไยอย่างเดียวและย้อมร่วมกับ เกลือ สารส้มและ คอปเปอร์ซัลเฟต จะให้เส้นไหมโทนสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม ย้อมร่วมกับเฟอร์รัสซัลเฟตจะให้เส้นไหมโทนสีเทาดำ ทดสอบความคงทนของสีหลังย้อม พบว่า เส้นไหมที่ย้อมด้วยเปลือกลำไยอย่างเดียวและย้อมร่วมกับสารช่วยติดสีทั้ง 4 ชนิด ที่ความเข้มข้น 0.25% ให้ความคงทนของสีต่อแสงแดดและความคงทนของสีต่อการซัก ในระดับค่อนข้างดีมากที่สุด (4/5) ย้อมเปลือกลำไยร่วมกับเกลือ 0.25% จะให้ความคงทนของสีทุกพารามิเตอร์สูงที่สุด อยู่ในระดับค่อนข้างดีมากที่สุด (4/5) 3.ย้อมไหมด้วยเปลือกแก้วมังกรโดยสกัดด้วยความร้อนและสกัดเย็น นำไปย้อมร่วมกับน้ำมะนาว เกลือ และ คอปเปอร์ซัลเฟต พบว่าจะให้เส้นไหมสีครีม ทดสอบความคงทนของสีหลังย้อม พบว่า เส้นไหมที่ย้อมด้วยเปลือกแก้วมังกรทั้ง 3 แบบ มีความคงทนของสีต่อการขัดถู ความคงทนของสีต่อเหงื่อ ความคงทนของสีต่อแสงแดดและความคงทนของสีต่อการซักอยู่ในระดับดีมากที่สุด (5) 4.ย้อมไหมด้วยใบบัวอย่างเดียวและย้อมร่วมกับ เกลือ สารส้มและ คอปเปอร์ซัลเฟต จะให้เส้นไหมโทนสีน้ำตาลไปจนถึงสีน้ำตาลทอง ย้อมร่วมกับเฟอร์รัสซัลเฟตจะให้เส้นไหมโทนสีเทาดำ ทดสอบความคงทนของสีหลังย้อม พบว่า เส้นไหมที่ย้อมด้วยใบบัวอย่างเดียวให้คุณภาพความคงทนของสีโดยรวมสูงที่สุด โดยมีความคงทนของสีต่อเหงื่อ คงทนของสีต่อแสงแดดและคงทนของสีต่อการซักอยู่ในระดับดีมากที่สุด (5) ความคงทนต่อกันขัดถูอยู่ในระดับค่อนข้างดีมากที่สุด (4/5) 5. ย้อมไหมด้วยใบไผ่อย่างเดียวและย้อมร่วมกับเกลือ สารส้มและ คอปเปอร์ซัลเฟต จะให้เส้นไหมโทนสีเขียวอ่อน ย้อมร่วมกับเกลือจะให้สีเขียวมากที่สุด ทดสอบความคงทนของสีหลังย้อม พบว่า ย้อมไหมด้วยใบไผ่ร่วมกับเกลือ 1% จะให้ความคงทนของสีทุกพารามิเตอร์สูงที่สุดอยู่ในระดับดีมากที่สุด (5) 6. ย้อมไหมด้วยกากชาไทยอย่างเดียวและย้อมร่วมกับ เกลือ สารส้มและ คอปเปอร์ซัลเฟต จะให้เส้นไหมโทนสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม ย้อมร่วมกับเฟอร์รัสซัลเฟตจะให้เส้นไหมโทนสีเทาดำ ย้อมร่วมกับเฟอร์รัสซัลเฟตจะให้เส้นไหมโทนสีเทาดำ เส้นไหมที่ย้อมด้วยกากชาไทยร่วมกับเกลือ 1 % จะให้ความคงทนของสีโดยรวมสูงที่สุด โดยมีความคงทนของสีต่อแสงแดดและคงทนต่อการซักอยู่ในระดับคงทนดีมากที่สุด (5) ความคงทนต่อเหงื่อและความคงทนต่อการขัดถูอยู่ในระดับค่อนข้างดีมากที่สุด (4/5) 7.ย้อมไหมด้วยกากชาเขียวอย่างเดียวและย้อมร่วมกับ เกลือ สารส้มและ คอปเปอร์ซัลเฟต จะให้เส้นไหมโทนสีเขียวอ่อนไปจนถึงสีเขียวเข้ม ย้อมร่วมกับเฟอร์รัสซัลเฟตจะให้เส้นไหมโทนสีเทาดำ ทดสอบความคงทนของสีหลังย้อม พบว่า ย้อมไหมด้วยกากชาเขียวอย่างเดียวจะให้ความคงทนของสีต่อการซักและความคงทนต่อแสงแดดมากที่สุด อยู่ในระดับค่อนข้างดีมากที่สุด (4/5) เส้นไหมที่ย้อมด้วยกากชาเขียวร่วมกับเกลือ 0.25% จะให้คุณภาพความคงทนของสีโดยรวมสูงที่สุด 8.ย้อมไหมด้วยกากกระเจี๊ยบอย่างเดียวและย้อมร่วมกับ เกลือ สารส้ม คอปเปอร์ซัลเฟต และ เฟอร์รัสซัลเฟต จะให้เส้นไหมโทนสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลอ่อนประกายแดง ทดสอบความคงทนของสีหลังย้อม พบว่า เส้นไหมที่ย้อมด้วยกากกระเจี๊ยบอย่างเดียวและย้อมร่วมกับสารช่วยติดสีทั้ง 4 ชนิด ที่ความเข้มข้น 0.25% ให้คุณภาพความคงทนของสีทุกพารามิเตอร์อยู่ในระดับคงทนมากที่สุด (5) 9.ประเมินความพึงพอใจของผู้ผลิตผ้าไหมต่อวิธีการสกัดสีย้อม กระบวนการย้อมสีไหมและสีของเส้นไหม จากกลุ่มทอผ้าไหมบ้านตาโต ตำบลท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 20 คน พบว่า ผู้ประเมินมีความพึงพอใจต่อการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการการเกษตรและกากเครื่องดื่มประเภทชงมาใช้ในการย้อมสีไหมในระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยพึงพอใจต่อการนำกากชาเขียวมาใช้ย้อมสีไหมมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ กากชาไทย เปลือกลำไย เปลือกทุเรียน ใบบัวและใบไผ่ ตามลำดับ