Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

โครงการมาตรฐานข้อมูลการบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติธรรมชาติด้านแผ่นดินถล่ม

ธีรวงศ์ เหล่าสุวรรณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

วิกฤติสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์และนักเคลื่อนไหวต่างออกมาเตือนถึงหายนะร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นหากปล่อยปัญหานี้ไว้โดยไม่แก้ไข หายนะร้ายแรงที่ว่าเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นแล้วในรูปแบบของภัยธรรมชาติที่รุนแรงกว่าปกติ หรือที่เรียกว่า สภาพอากาศ สุดขั้ว เพราะได้รับอิทธิพลจากภาวะโลกร้อน สำหรับประเทศไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ตลอดจนการพัฒนาประเทศในทุกระดับ ภัยที่เกิดขึ้นมีความหลากหลาย ทั้งภัยที่เกิดขึ้นซ้ำซากบ่อยครั้ง เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง ลมพายุ หรือแม้แต่ภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยหรือเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง แต่มีความรุนแรง เช่น แผ่นดินไหว คลื่นยักษ์ สึนามิ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นว่าการรอรับมือภัยพิบัติเมื่อเกิดขึ้นแล้วเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับประชาชน นักลงทุน หน่วยงานภาคธุรกิจ หรือแม้แต่หน่วยงานภาครัฐเอง ในแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 ได้วางกลยุทธ์สำคัญที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติแบบเชิงรุก และกำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการวางแผนและปฏิบัติการเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งสอดรับกับแนวทางการดำเนินงานด้านภัยพิบัติตามกรอบสากลซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป จากเหตุผลดังที่กล่าวมา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรฐานข้อมูลทางด้านภัยพิบัติ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานข้อมูลกลางของประเทศ และจากการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องทางด้านภัยพิบัติสำหรับประเทศไทยนั้น การจัดทำข้อมูลส่วนใหญ่มีการทำข้อมูลภายใต้หน่วยงานของตนเอง และเป็นการนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์เพื่อใช้ในการศึกษาและทำวิจัย ซึ่งยังไม่ปรากฏว่ามีการจัดทำมาตรฐานข้อมูลภัยพิบัติธรรมชาติที่เป็นมาตรฐานกลาง อีกทั้งสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ดำเนินการจัดทำมาตรฐานงานวิจัยในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการเกิดแผ่นดินถล่ม ด้วยเหตุนี้คณะดำเนินการจึงได้จัดทำ “โครงการมาตรฐานข้อมูลการบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติธรรมชาติด้านแผ่นดินถล่ม” ภายใต้มาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกและเป็นมาตรฐานข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติ หรือการให้การช่วยเหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยวัถตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาข้อมูลปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการประเมินและบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติด้านแผ่นดินถล่ม 2) เพื่อจัดทำร่างมาตรฐานข้อมูลดิจิตอล (digital Data) เพื่อการบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติธรรมชาติด้านแผ่นดินถล่ม 3) เพื่อทดสอบ/ทดลองใช้ร่างมาตรฐานดังกล่าวในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยพิบัติธรรมชาติด้านแผ่นดินถล่ม เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษา และ 4 เพื่อจัดทำคู่มือ ชุดข้อมูล และการใช้เครื่องมือเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติธรรมชาติด้านแผ่นดินถล่ม) จากการลงภาคสนามสำรวจข้อมูลในพื้นที่พื้นที่ตำบลคลองสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัด สุราษฎร์ธานี พบว่าพื้นที่เกิดภัยพิบัติดินถล่ม พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดมากที่สุดคือความลาดชัน ระดับความสูงของพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ทีดินและปัจจัยปริมาณน้ำฝน ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินการในครั้งนี้ เนื่องจากการเกิดดินถล่มจะเกิดบริเวณเทือกเขาพระซึ่งอยู่ทางใต้ของตำบลและมีความสูงมาก เมื่อมีฝนตกหนักทำให้มีการสะสมของน้ำไหลลงมาจากเทือกเขาลงมาในเขตพื้นที่ชุมชนตามลำน้ำหรือลำคลองทีอยู่บริเวณหมู่บ้านและพัดพาเอาตะกอนดินเข้ามาทับถมในเขตตำบลคลองสระ ทำให้ชุมชนได้รับผลกระทบจากการเกิดดินถล่มเป็นจำนวนมาก สำหรับพื้นที่ศึกษาตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน ลักษณะการเกิดดินถล่มเป็นพื้นที่สูงและมีความลาดชัน ส่วนมากที่เกิดดินถล่มจากการสำรวจข้อมูลภาคสนามพบว่าพื้นที่มักจะเป็นพื้นที่ความลาดชันสูงและอยู่บนบริเวณที่สูงและลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นพื้นที่เขาหัวโล้น และพื้นที่การเกษตรเป็นการปลูกข้าวโพดเป็นส่วนใหญ่ ทำให้การยึดรากของดินไม่สามารถทนต่อการกัดเชาะของเนื้อดินได้ ในพื้นที่ของความเสียหายของตำบลสกาด ที่พบจากการสำรวจข้อมูลและสอบภามข้อมูลพบว่ามีปัจจัยระยะห่างของถนนมีผลต่อการเกิดดินถล่มเนื่องจากมีการตัดถนนบนบริเวณที่มีความลาดชันและพื้นที่สูงเพื่อทำถนนเชื่อมต่อไปยังตำบลที่อยู่บริเวณชุมชนชาวเขา เมื่อมีดินถล่มทับถนน ผลกระทบทำให้การค้าขายหรือการเดินทางของชุมชนชาวเขาเป็นไปได้ด้วยความยากลำบาก ผลจากการออกแบบมาตรฐานข้อมูลเพื่อวิเคราะห์พื้นที่ความรุนแรงการเกิดดินถล่มและเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติดินถล่มพบว่าจากการศึกษาการออกแบบมาตรฐานข้อมูลของแต่ละหน่วยงานมีความแตกต่างกันมาซึ่งการกำหนดมาตรฐานตัวเลข การกำหนดชื่อของรายการข้อมูล มีความแตกต่างกัน ดังนั้นในการออกแบบครั้งนี้ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้ง่าย สำหรับเยาวชน ประชาชนทั่วไป หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องการวางแผนป้องกันหรือเตรียมการสำหรับช่วยเหลือบรรเทาให้กับประชากรทั้งก่อนและหลังการเกิดภัยพิบัติได้ง่าย ในการวิเคราะห์พื้นที่ความรุนแรงของการเกิดดินถล่ม ผู้ใช้สามารถนำเอาปัจจัยอื่นที่คิดว่ามีผลต่อการวิเคราะห์ความรุนแรงดินถล่ม โดยนำเข้ามาร่วมกับปัจจัยที่ได้กล่าวมาในงานวิจัยนี้ได้ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานได้ ในส่วนของการใช้งานแบบจำลองการวิเคราะห์ข้อมูลความรุนแรง ผู้ใช้สามารถนำเอาวิธีการวิเคราะห์ได้หลากหลายวิธีการได้หรือนำเอาหลักการทางคณิตศาสตร์อื่นๆ มาใช้วิเคราะห์ได้ ทั้งนี้ในการโครงการมาตรฐานข้อมูลนี้ได้นำเอาการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการซ้อนทับข้อมูลเพื่อมาใช้ในการประเมินในเบื้องต้นเพื่อให้ เยาวชน บุคคลทั่วไปหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้งานได้ง่าย สำหรับบางปัจจัยที่ไม่สามารถจำแนกความรุนแรงได้ ในบางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องนำมาพิจารณาได้ ข้อเสนอแนะของการสำรวจข้อมูลภาคสนาม จากการสำรวจภาคสนามจริง จำเป็นต้องมีการวางแผนให้รอบคอบทั้งทางด้านสภาพภูมิอากาศ การเดินทาง เนื่องจากพื้นที่มีความแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่ รวมถึงความพร้อมของการเก็บข้อมูลภาสนาม เพราะอุปสรรคในการสำรวจจริงมักจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้คาดหวังไว้ เช่นการสำรวจในพื้นที่ตำบลคลองสระในการสำรวจภาคสนามที่ต้องใช้โดรนสำรวจจำเป็นมีการกำหนดเวลาสำหรับการบินให้สอดคล้องกับสถาพภูมิประเทศ เพราะสภาพความเร็วลมในตำบลคลองสระ และสภาพอากาศมีความแปรปรวนตลอดเวลา

คำสำคัญ

Riskความเสี่ยงLandslidesแผ่นดินถล่ม

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาวิจัยเพื่อวิเคราะห์ความล่อแหลมและการประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติและภาวะความรุนแรงทางสภาพภูมิอากาศในพื้นที่วิกฤติ

อัศมน ลิ่มสกุล กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2554

โครงการวิจัยเทคโนโลยีระบบก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำเร็จรูป เมื่อเกิดภัยพิบัติ : กรณีการออกแบบบ้านสะเทินน้ำสะเทินบก

อาจารย์ชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2555

การศึกษาความเปราะบางและการปรับตัวด้านสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรณีศึกษา ผลกระทบจากอุทกภัย

สสิธร เทพตระการพร กรมอนามัย พ.ศ. 2558

โครงการพัฒนาแบบจำลองการวิเคราะห์ภัยแล้งเพื่อประเมินความต้องการหลังเกิดภัย

ปาลิดา พัวพันธุ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การประเมินความเสี่ยงของพิบัติภัยทางธรณีวิทยาจากผลการวิจัยระดับลึกที่ทันสมัยและเป็นปัจจุบันเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาภัย

มนตรี ชูวงษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

โครงการประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งและความเสียหายของพืชเกษตรรายแปลงด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ

วรนุช จันทร์สุริย์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การประเมินผลกระทบในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ลุ่มน้ำแควใหญ่ตอนล่าง จังหวัดกาญจนบุรี ประเทศไทย

วิวัฒน์ สุขกาย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2558

การศึกษาปัจจัยความสำเร็จการบริหารจัดการน้ำพื้นที่แก้มลิงบางระกำและการปรับใช้ในพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อสร้างแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน

สุวัฒน์ พาหุสุวัณโณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

รูปแบบการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติบนฐานสิ่งแวดล้อมศึกษาระดับชุมชนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก

นางสาวรตยา สารพร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2562

การวิจัยและพัฒนาระบบการปลูกพืชอย่างยั่งยืนในพื้นที่เสี่ยงภัย

สมชาย บุญประดับ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2559