โครงการพัฒนาต้นแบบแพลตฟอร์มภูมิสารสนเทศและดาวเทียม เพื่อการบริหารจัดการ PM2.5 และอนุภาคในชั้นบรรยากาศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปัจจุบันการควบคุมและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ของประเทศไทย ยังขาดแคลนข้อมูลสนับสนุนเชิงพื้นที่ ทั้งการบ่งชี้แหล่งกำเนิดที่ชัดเจน ข้อมูลสถานการณ์ภาพรวมและการกระจายตัวของฝุ่นละอองที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ โครงการวิจัยการพัฒนาต้นแบบแพลตฟอร์มภูมิสารสนเทศและดาวเทียมเพื่อการบริหารจัดการ PM2.5 และอนุภาคในชั้นบรรยากาศ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลภูมิสารสนเทศ ข้อมูลจากสถานีตรวจวัด และปัจจัยทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับ PM2.5 เพื่อประเมินค่าฝุ่นละออง PM2.5 ณ ระดับพื้นผิวรายชั่วโมง แบบ Near Real Time ที่สามารถให้ข้อมูล PM2.5 ได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง รวมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลการประเมินแหล่งที่มาของฝุ่นละออง โดยพัฒนาเป็นชุดข้อมูลเพื่อให้บริการข้อมูลภูมิสารสนเทศในการบริหารจัดการ PM2.5 แบบออนไลน์ ผลจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าข้อมูลจากดาวเทียมสามารถนำมาใช้ในการประเมินค่าฝุ่นละออง PM2.5 สำหรับประเมินดัชนีคุณภาพอากาศรายชั่วโมงแบบ Near Real Time ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสามารถลดช่องว่างเชิงพื้นที่ของข้อมูลฝุ่นละอองของประเทศ และข้อจำกัดของการใช้เครื่องมือตรวจวัดภาคพื้นดินได้ โดยพบว่าปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 จากข้อมูลดาวเทียม มีความสอดคล้องกับข้อมูลจากสถานีตรวจวัดภาคพื้นดินในช่วงฤดูฝุ่นและหมอกควันซึ่งมีปริมาณ PM2.5 สูง ที่ระดับความเชื่อมั่น 80% นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังเพื่อศึกษาพฤติกรรมและทิศทางการเคลื่อนตัวของฝุ่นละอองเพื่อใช้ในการติดตามภาพรวมของมลพิษข้ามพรมแดน การประเมินค่าฝุ่นละอองจากข้อมูลดาวเทียม จำเป็นต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพโดยการศึกษาวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อมูลปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เชิงพื้นที่ที่มีความละเอียด และถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น การใช้ข้อมูลจากดาวเทียมดวงใหม่ๆ ที่มีความละเอียดเชิงพื้นที่สูงมาเสริม เช่น ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ GEMS ซึ่งมีรายละเอียดเชิงพื้นที่ 3.5 กิโลเมตร และการพัฒนาแบบจำลองความสัมพันธ์ของอากาศในแนวดิ่ง (vertical column) จากข้อมูลดาวเทียมร่วมกับเครื่องมือตรวจวัดภาคพื้นดิน (Pandora) เพื่อให้สามารถศึกษาและติดตามการเคลื่อนตัวของละอองลอยในชั้นบรรยากาศได้ทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง รวมทั้งทิศทางการเคลื่อนที่ แหล่งที่มา และระยะเวลาการสะสมตัวของละอองลอย อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจถึงพฤติกรรมของฝุ่น นำไปสู่การป้องกัน ลดผลกระทบ และการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด