การประเมินความเสี่ยงของพิบัติภัยทางธรณีวิทยาจากผลการวิจัยระดับลึกที่ทันสมัยและเป็นปัจจุบันเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาภัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พิบัติภัยมีหลำยชนิดที่สัมพันธ์กับข้อมูลทำงธรณีวิทยำ ดังเช่น เหตุกำรณ์แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ตอนเหนือของเกาะสุมาตาเมื่อปี 2547 ที่ส่งผลทำให้เกิดคลื่นสึนำมิส่งผลกระทบต่อชุมชนชำยฝั่งหลายประเทศโดยรอบมหาสมุทรอินเดีย นอกจากพิบัติภัยทางทะเลคือคลื่นสึนำมิแล้วพิบัติภัยบนแผ่นดินที่สำคัญอย่างยิ่งก็ได้เกิดขึ้นอย่างมากมายหลายครั้งในประเทศไทย ที่จัดได้ว่าสำคัญที่สุดในทศวรรษนี้คือ แผ่นดินไหวครั้งที่รุนแรงที่สุดในบันทึกของชำติไทยเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ที่ได้สร้างความตระหนก และตระหนักให้เกิดขึ้นกับประชาชนของประเทศเป็นอย่างมากกว่าเหตุการณ์พิบัติภัยทำงธรณีวิทยำเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมากและสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งภัยธรรมชาติที่อยู่คู่สังคมไทยมาตลอด คือ น้ำท่วม ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ดังกรณีมหาอุทกภัย (mega-flood) เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่าทนมำ โจทย์สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยได้เกิดขึ้นแล้ว อำทิ เรามีโอกำสที่จะทราบข้อมูลพิบัติภัยล่วงหน้าหรือไม่ พื้นที่ใดมีโอกาสได้รับผลกระทบ เป็นต้น การวำงแผนเพื่อบรรเทา และป้องกันพิบัติภัยเหล่านี้อย่างถูกต้องขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือข้อข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ตามหลักวิเคราะห์เชิงลึกที่แท้จริงโครงการนี้ได้ทำการประเมินผลการวิจัยเชิงลึกของ 3 พิบัติภัยหลักที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ได้แก่ คลื่นสึนำมิและคลื่นพายุซัดล้นฝั่ง พิบัติภัยแผ่นดินไหว และอุทกภัย โดยการประเมิน วิเคราะห์ และสรุปโอกำสเกิดวิบัติซ้ำ รวมถึงข้อคิด แนวทางการจัดการป้องกันและบรรเทำพิบัติภัยจากผู้เชี่ยวชำญโดยอยู่บนพื้นฐานข้อมูลวิชำการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผลการวิเคราะห์ได้แสดงไว้ในแต่ละบทอย่างละเอียดและครอบคลุมเกือบทุกประเด็นโจทย์วิจัย นอกจำกนี้ยังได้นำเสนอแนวทางการต่อยอดจากงานวิจัยต่อไปในอนาคตสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ที่ต้องการหาโจทย์วิจัยใหม่อีกด้วย ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า แผ่นดินไหวตามแนวมุดตัวสุมาตรา - อันดามัน ที่สามารถก่อให้เกิดคลื่นสึนามิส่งผลกระทบ กับชายฝั่งอันดามันของไทยมีโอกาสเกิดได้ด้วยความรุนแรงตั้งแต่ 8 ริกเตอร์ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 9 ริกเตอร์ มีคาบวิบัติซ้ำประมาณ 60-100 ปี แต่สำหรับคลื่นสึนำมิที่จะเกิดโดยความรุนแรงเทียบเท่าปี 2547 จะมีคำบวิบัติซ้ำมากกว่ำ 400 ปีขึ้นไป เว้นแต่เกิดเหตุการณ์ผิดปกติในทางธรณีวิทยำที่อำจเกิดได้โดยเฉพาะการแปรสัณฐานอย่างผิดปกติ สำหรับคลื่นพำยุซัดล้นฝั่งสามารถเกิดขึ้นได้โดยมีตัวแปรสำคัญคือความผันแปรของสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผลต่อการเกิดพายุใต้ฝุ่นหรือมรสุมที่รุนแรง ในส่วนของแผ่นดินไหวบนบกในประเทศไทย สามารถเกิดได้ตามแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกย่อยและแนวรอยเลื่อนมีพลัง โดยเฉพาะรอยเลื่อนสะกายในประเทศ เมียนม่าร์ มีโอกาสเกิดได้ด้วยความแรงสูงสุด 8 ริกเตอร์และสามารถส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในแถบภาคเหนือและภาคตะวันตก ส่วนแผ่นดินไหวในประเทศไทยมีโอกาสเกิดได้ถึง 6.5 ถึง 7 ริกเตอร์ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันตกเช่นกัน สำหรับพิบัติภัยจำกอุทกภัย หรือมหาอุทกภัยจะเกิดขึ้นด้วยตัวแปรหลักคือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเช่นเดียวกันกับคลื่นพายุซัดล้นฝั่ง แต่ความเสียหาย และขอบเขตของการท่วมมีปัจจัยควบคุมทั้งจากกายภาพ และปัจจัยทางวัฒนธรรม หรือสังคม และการบริหารจัดการน้ำ