พฤติกรรมการเผาและแนวทางการลดการเผาในที่โล่งของเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบน จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมในการเผาในที่โล่งของเกษตรกร ชาวนาในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบน 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการเผาในที่โล่งของ เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบน 3) เพื่อศึกษาผลการดำเนินการ ปัญหาอุปสรรคในการ ดำเนินการลดการเผาในที่โล่งของเกษตรกรชาวนาจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และ 4) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการลดการเผาในที่โล่งของเกษตรกรชาวนา กลุ่มตัวอย่าง คือ เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 384 คน ใช้การ สุ่มตัวอย่างแบบอาศัยหลักความน่าจะเป็น โดยวิธีการสุ่มแบบง่าย ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือใน การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ คำร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสูงสุด คำต่ำสุด ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก และ ทดสอบสมมติฐานโดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุ ในส่วนของการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์ เชิงลึก กับผู้แทนเจ้าหน้าที่ภาครัฐ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเผาในที่โล่งที่ของพื้นที่ศึกษา และ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบนมีพฤติกรรมการเผาในที่โล่ง คือ มี การเผาวัชพืช กิ่งไม้ ใบไม้ในสวน เผาเศษพืชวัสดุทางการเกษตร เผาขยะที่เกิดจากครัวเรือน และเผา ป่า ช่วงเวลาที่ทำการเผาแต่ละประเภท พบว่า เกษตรกรชาวนาเผาเศษพืชวัสดุทางการเกษตรมาก ที่สุดในเดือนพฤศจิกายน เผาขยะในครัวเรือนในเดือนธันวาคม เผาวัชพืช กิ่งไม้ ใบไม้ในสวนในเดือน พฤษภาคมและเมษายน และเผาป่ในเดือนมกราคม ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า ตัวแปรที่มี ความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับตัวแปรตาม (พฤติกรรมการเผาในที่โล่งของเกษตรกร ชาวนา) มีจำนวน 5 ตัวแปร ได้แก่ 1) รายได้จากการปลูกข้าวของครอบครัวต่อเดือน 2) รายได้ ทั้งหมดของครอบครัวต่อเดือน 3) การได้รับข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตรจากแหล่งต่างๆ 4) ทัศนคติ ต่อสาเหตุการเผาในที่โล่ง และ 5) ทัศนคติต่อเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ/หน่วยงานในชุมชน ตัวแปรที่มี ความสัมพันธ์เชิงบวกกับตัวแปรตาม ได้แก่ รายได้ทั้งหมดของครอบครัวต่อเดือน และทัศนคติต่อ สาเหตุการเผาในที่โล่ง ส่วนตัวแปรที่มีความสัมพันธ์เชิงลบกับตัวแปรตาม ได้แก่ รายได้จากการปลูก ข้าวของครอบครัวต่อเดือน การได้รับข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตรจากแหล่งต่างๆ และทัศนคติต่อ เจ้าหน้าที่จากภาครัฐ/หน่วยงานในชุมชน ผลการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ในการลดการเผาในที่โล่งของเกษตรกรชาวนา ทำให้ อัตราการเผาลดลงในระดับหนึ่ง โดยปัจจัยที่ทำให้การเผาลดลงเนื่องมาจากการให้ความสำคัญต่อ ผลกระทบ การประกาศปัญหาหมอกควันเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้หน่วยงานต่างๆ มีความ กระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหา มีการแบ่งอำนาจหน้าที่กันอย่างชัดเจน และกำหนดบทลงโทษ ผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ในส่วนของนโยบายสู่การปฏิบัติในแต่ละชุมชน พบว่า คนในชุมชนได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นผลมาจากการสร้างความรู้ความเข้าใจ และขอความร่วมมือในการ ดำเนินการ ซึ่งความร่วมมือจากคนในชุมชนนั้น ถือเป็นวิธีการที่ได้ผลดีที่สุดในการป้องกันและลด อัตราการเผาในที่โล่ง แนวทางในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการลดการเผาในที่โล่งของเกษตรกรชาวนา ได้แก่ การลงพื้นที่เพื่อหาสาเหตุและความจำเป็นของการเผาในที่โล่งของเกษตรกร กำหนดนโยบายที่มีความ ต่อเนื่อง บูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมวางแผนในการป้องกันความ เสี่ยง โดยดำเนินการควรเป็นในรูปแบบล่างขึ้นบน (bottom up) สนับสนุนงบประมาณและเครื่องมือ ที่เพียงพอ เพิ่มช่องทางการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ประชาสัมพันธ์ถึงผลกระทบจากการเผาในที่โล่ง ปรับเปลี่ยนให้เกษตรกรนำวัสดุการเกษตรไปทำประโยชน์อย่างอื่นที่หลีกเสี่ยงการเผา สร้างเครือข่าย เกษตรกรชาวนาเพื่อให้เกิดการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการลดการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะการ เผาเพื่อเตรียมปลูกข้าว และส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรชาวนาและคนในชุมชน เพื่อเพิ่มรายได้ตาม ศักยภาพและทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน