การคาดประมาณการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในพื้นที่อ่อนไหวต่อการผลิตข้าวของประเทศไทยในอนาคต
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดปรากฏการณ์สุดขั้วภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอนาคตของประเทศไทยจากข้อมูลการย่อส่วนแบบจำลองภูมิอากาศโลก ดำเนินการโดยคัดเลือกดัชนีอุณหภูมิสุดขั้ว และดัชนีปริมาณฝนสุดขั้ว ที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต เมื่อเปรียบเทียบกับปีฐาน พบว่าการเปลี่ยนแปลงปริมาณฝนในช่วงฤดูฝนภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอนาคต มีแนวโน้มลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณผลผลิตข้าวในอนาคต การคาดประมาณจำนวนวันที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมากกว่า 1oC มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณผลผลิตข้าวในอนาคต การคาดประมาณการเปลี่ยนแปลงปริมาณฝนรวมสูงสุดในหนึ่งวัน (Rx1day) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ของประเทศไทย หรือวันที่ฝนตกจะมีปริมาณมากขึ้น โดยเฉพาะภายใต้ RCP8.5 การคาดประมาณการเปลี่ยนแปลงจำนวนวันที่ฝนตกหนัก (R10mm) มีแนวโน้มลดลงในทุกพื้นที่ของประเทศไทย หรือจำนวนวันที่ฝนตกหนักมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณของภัยแล้ง และการคาดประมาณการเปลี่ยนแปลงปริมาณฝนรายปี (PRCPTOT) มีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณของภัยแล้ง การปลูกข้าวในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เมื่อปลูกเดือนมิถุนายน จะให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกเดือนพฤษภาคม และเมษายน ในทุกช่วงปี โดยผลผลิตจะลดลงจาก 10 ปีที่ผ่านมาประมาณ 16.8 เปอร์เซ็นต์ และผลผลิตยังคงมีแนวโน้มเท่าเดิมในอีก 28 ปีข้างหน้า ส่วนการปลูกข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 60 ในช่วงปี 2563-2572 จะให้ผลผลิตสูงสุดเมื่อปลูกเดือนเมษายน รองลงมาคือพฤษภาคมและมิถุนายน ตามลำดับ ส่วนในช่วงปี 2573-2581 ปลูกเดือนพฤษภาคมจะให้ผลผลิตสูงที่สุดรองลงมาคือมิถุนายน และเมษายน ตามลำดับ จะเห็นว่าการปลูกข้าวสุพรรณบุรี 60 ในปี 2563-2572 ผลผลิตจะเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2553-2562 ประมาณ 11.3 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในปี 2573-2581 ผลผลิตจะลดลงจากปี 2553-2562 ประมาณ 11.4 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการปลูกข้าวในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม การปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เมื่อปลูกเดือนมิถุนายน จะให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกเดือนพฤษภาคม และเมษายน ในทุกช่วงปี และการปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 ในอีก 28 ปีข้างหน้าผลผลิตมีแนวโน้มลดลงประมาณ 16.6-19.7 จากปี 2553-2562 ส่วนการปลูกข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 60 ในช่วงปี 2563-2581 จะให้ผลผลิตสูงสุดเมื่อปลูกเดือนเมษายน จะเห็นว่าการปลูกข้าวสุพรรณบุรี 60 ในปี 2563-2572 ผลผลิตจะเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2553-2562 ประมาณ 16.2 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในปี 2573-2581 ผลผลิตจะลดลงจากปี 2553-2562 ประมาณ 13.4 เปอร์เซ็นต์