การพัฒนาฐานข้อมูลภูมิอากาศเชิงวิเคราะห์ซ้ำเพื่อปรับปฏิทินเพาะปลูกข้าวหอมมะลิให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้ได้เสนอแนวทางการพัฒนาฐานข้อมูลภูมิอากาศและแสดงให้เห็นว่าวิธีการทางคณิตศาสตร์สามารถประยุกต์ใช้ในการประมาณค่าข้อมูลฝนบริเวณที่สถานีอุตุนิยมวิทยาไม่ครอบคลุม ผลการประมาณค่าในช่วงพบว่ารูปแบบการกระจายของฝนมีความสอดคล้องกับข้อมูลตรวจวัด และค่าความคาดเคลื่อนสูงขึ้นจากความผันแปรของปริมาณฝนในแต่ละช่วงเดือน โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน และเดือนกันยายนถึงตุลาคม ผลการเปรียบเทียบแสดงให้เห็นว่าการถ่วงน้ำหนักแบบเอ็กซ์โพเนนเชียลผกผัน (IEW) มีความคาดเคลื่อนต่ำสุด ด้วยจำนวนสถานีแวดล้อมสูงสุด 9 สถานี และมีความคลาดเคลื่อนต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 55-57 มม. และช่วงฤดูมรสุมที่ปริมาณฝนมีความแปรปรวนสูงสุดในเดือนมิถุนายน-ตุลาคม พบว่าผลการประมาณค่ามีความคาดเคลื่อนสูงสุดประมาณ 105-160 มม. ส่วนที่สองของงานวิจัย ได้การศึกษาผลผลิตจากการใช้น้ำของพืช ผลการวิจัยพบว่าผลผลิตจากแปลงทดลองขึ้นอยู่กับช่วงเวลาเริ่มต้นการเพาะปลูกอย่างมีนัยสำคัญ และมีความสอดคล้องกับผลการจำลองจากแบบจำลอง Aqua crop โดยพบว่าข้าวขาวดอกมะลิ 105 ในแปลงย่อยที่ 2 ให้ผลผลิตสูงสุดประมาณ 450 กก.ต่อไร่ ขณะที่แปลงย่อยที่ 1 ให้ผลผลิตน้อยกว่าแปลงที่ 2 ถึง 20% (364) และในแปลงย่อยที่ 3 และ 4 ให้ผลผลิตน้อยกว่าแปลงย่อยที่ 1 ประมาณ 10% (405) และ 32% (303) ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ผลแปลงย่อยทั้ง 4 ด้วยแบบจำลอง aqua crop พบว่าผลการจำลองแสดงให้เห็นปัญหาความเครียดของโซนรากและส่งผลต่อระบบปากใบปิดลง 10% ในแปลงย่อยที่ 3 และ 25% ในแปลงย่อยที่ 4 จากผลผลิตที่ลดลง แสดงให้เห็นปัจจัยทางภูมิอากาศโดยเฉพาะการกระจายปริมาณน้ำฝนแต่ละช่วงการเจริญเติบโต ส่งผลต่อการสะสมน้ำหนักข้าวและผลผลิตที่เกิดขึ้น ในแต่ละแปลงย่อยแตกต่างกัน โดยเฉพาะในแปลงย่อยที่ 3 และ 4 ที่เริ่มปลูกในช่วงเดือนสิงหาคมจะให้ผลผลิตน้อยที่สุด ผลการวิเคราะห์ในแบบจำลองยังสามารถระบุได้ว่าผลผลิตข้าวที่มากหรือน้อยต่างกันเกิดจากปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของข้าว ส่งผลให้สมดุลน้ำและความชื้นในดินลดลงจนถึงระดับความเครียดของโซนราก และระบบรากพยายามรักษาสมดุลน้ำในลำต้นด้วยการชะลอการเจริญเติบโตและปิดระบบปากใบเพื่อลดการคายน้ำ ทำให้ช่วงสะสมน้ำหนักข้าวไม่สมบูรณ์ การพัฒนาฐานข้อมูลภูมิอากาศร่วมกับการจำลองการเพาะปลูกด้วย AquaCrop จะช่วยในการปรับปฏิทินเพาะปลูกข้าวหอมมะลิให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ และใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้เกษตรกรสามารถคำนวณต้นทุนการใช้น้ำ การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบ รวมถึงการคาดการณ์ผลผลิตที่จะเกิดขึ้นได้