กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษานี้ได้คัดเลือกพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ในเขตอำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพื้นที่ศึกษาในการพัฒนาเทคนิคการปฏิบัติการฝนหลวงเชิงพื้นที่ เนื่องจากมีผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญคือ ข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีชื่อเสียงอีกแหล่งหนึ่งของประเทศ โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิคิดเป็นร้อยละ 85 ของพื้นที่ทั้งหมดของอำเภอ แต่มักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกเป็นประจำ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย เก็บความชื้นได้น้อย มีพื้นที่ชลประทานเฉพาะทางตอนกลางของอำเภอ พื้นที่เพาะปลูกข้าวส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก แหล่งน้ำตามธรรมชาติในพื้นที่ ขาดการพัฒนาปรับปรุงที่จะนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้มีการขอรับบริการฝนหลวงเป็นประจำ แต่ความสำเร็จในการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ ช่วงปี พ.ศ. 2560 – 2562 ประสบความสำเร็จเพียงร้อยละ 36 ของการปฏิบัติการช่วยเหลือทั้งหมด ทำให้การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเทคนิคการปฏิบัติการฝนหลวงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การศึกษานี้ได้ทำการศึกษาข้อมูลทั่วไป ลักษณะภูมิประเทศ สภาพอากาศรายเดือน ปฏิทินการเพาะปลูก ปริมาณฝนรวมรายเดือน การขอรับบริการฝนหลวง ความถี่ของการเกิดกลุ่มฝนในพื้นที่ศึกษาจากวิธี Radar Climatology Analysis ที่มีค่าการสะท้อนมากกว่า 20 dBz และข้อมูลผลตรวจอากาศชั้นบนจากสถานีเรดาร์ฝนหลวงพิมาย ในช่วงเริ่มต้นของการเพาะปลูก – ช่วงเริ่มต้นของการออกผลผลิต ในเดือนเมษายน - เดือนตุลาคม ของปี พ.ศ. 2560 - 2562 เพื่อหาความสัมพันธ์ของปฏิทินอากาศกับความต้องการน้ำของเกษตรกร และกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติการฝนหลวงที่เหมาะสมในพื้นที่ศึกษา โดยใช้วิเคราะห์ผลตรวจอากาศชั้นบนด้วยวิธีการ Box and Whisker Plot เพื่อศึกษาค่าพิสัยควอไทล์ (Inter Quartile Range) ของ 5 ตัวแปรหลักที่ใช้ในการตัดสินใจปฏิบัติการ ซึ่งผลการศึกษาทำให้ได้ค่าเงื่อนไขใหม่ที่เหมาะสม สำหรับเพิ่มโอกาสการปฏิบัติการฝนหลวงให้กับพื้นที่ศึกษาสำเร็จมากขึ้น คือค่าความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยที่ระดับการก่อตัวของเมฆ ?72.1%, ความเร็วลมที่ระดับการก่อตัวของเมฆอยู่ระหว่าง 6.0 ถึง 16.0 นอต, ค่า LI อยู่ระหว่าง -2.4 ถึง -0.6, ค่า SI อยู่ระหว่าง -1.0 ถึง 0.7 และ ค่า KI อยู่ระหว่าง 34.8 ถึง 38.1 ผลการศึกษาพบว่า เมื่อนำเงื่อนไขใหม่ที่ได้จากการศึกษามาเปรียบเทียบกับเงื่อนไขเดิมที่ได้จากการถอดบทเรียนจากการปฏิบัติการฝนหลวง “After Action Review”พบว่ามี 2 ใน 5 ตัวแปรหลัก ที่มีค่าแตกต่างออกไปจากเดิมคือ ค่าความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการก่อตัวของเมฆ ที่มีค่าขอบล่างสูงกว่าเงื่อนไขค่าผลตรวจอากาศชั้นบนเดิม จาก RH ? 60.0% เป็น RH ? 72.1%, และค่า SI ที่มีค่าขอบบนจากเดิม SI ? 0 เป็น SI ? 0.7 ซึ่งผลของค่า SI ที่ขยายออกไปกว้างขึ้น ทำให้มีโอกาสวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ศึกษาเพิ่มมากขึ้น เมื่อใช้เงื่อนไขที่ได้ใหม่ทดสอบการบินปฏิบัติการในพื้นที่ศึกษาในปี พ.ศ. 2563 - 2564 ทั้งหมด 17 วัน พบว่ามีฝนตก 11 วัน มีความสำเร็จของการปฏิบัติการเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 65 ของวันที่ปฏิบัติการทั้งหมด อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเนื่องจาก ลักษณะภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา อาจจะมีผลทำให้เงื่อนไขของการปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศโลก และการบินทดสอบตามเงื่อนไขใหม่นี้ยังมีตัวอย่างการบินทดสอบที่ค่อนข้างน้อย อีกทั้งยังใช้เพียงผลตรวจอากาศชั้นบนจากสถานีเรดาร์ฝนหลวงพิมาย อาจจะต้องนำผลตรวจอากาศชั้นบนจากสถานีเรดาร์ฝนหลวงราศีไศล มาศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ทำให้เทคนิคการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.