กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โรคเหา (Pediculosis capitis) เป็นโรคที่เป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขในเด็กทั่วโลก ในปัจจุบันพบว่าการรักษาด้วยยาเคมีสังเคราะห์รักษาได้เฉพาะระยะตัวอ่อน และตัวเต็มวัย ไม่สามารถกำจัดระยะไข่ได้ และมีความเป็นพิษสูง ดังนั้นในปัจจุบันจึงได้มีการคิดค้นยารักษาเหาจากสมุนไพรมาใช้ในการรักษาเพื่อลดความเป็นพิษ และหาสารสกัดที่สามารถกำจัดเหาได้ทุกระยะ โดยการศึกษาครั้งนี้ทำศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดครามในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ศึกษาฤทธิ์ในการกำจัดเหาในระยะไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย พร้อมทั้งศึกษาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายนอกของเหาในระยะตัวเต็มวัยด้วยวิธี Scanning Electron Microscope (SEM) จากการศึกษาฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดครามด้วยวิธี DPPH, ABTS และ FRAP มีค่า IC50 เท่ากับ 254.09 ? 3.55, 45.27 ? 1.40 ug/mL และมีค่า FRAP เท่ากับ 257.93 ? 8.28 (mg FeSO4 equivalent/g extract) ตามลำดับ และมีฤทธิ์ในการยับยั้งการอักเสบโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 262.76 ? 2.34 ug/mL สำหรับผลของสารสกัดครามมีฤทธิ์กำจัดต่อเหาในทุกระยะโดยพบว่า สารสกัดครามที่ความเข้มข้น 500 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร มีผลยับยั้งการฟักตัวของไข่เหา ฆ่าเหาระยะตัวอ่อน และตัวเต็มวัย (100.00 ? 0.00%, 86.67 ? 3.33% และ 73.33 ? 8.28% ตามลำดับ) และการศึกษาสัณฐานวิทยาภายนอกของเหาระยะตัวเต็มวัย พบว่า สารสกัดครามมีผลต่อลักษณะผิวภายนอก ขนรับประสาทสัมผัส และท่อทางเดินหายใจ จากการศึกษานี้สรุปได้ว่า สารสกัดใบครามมีฤทธิ์ในการกำจัดเหาได้ทุกระยะ (ระยะไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย) และนอกจากนี้ยังพบว่า สารสกัดครามมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบได้ดี ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาเป็นยารักษาเหาต่อไปได้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
.
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
.