ผลของสารสกัดครามในการกำจัดเหาและต้านการอักเสบ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคเหา (Pediculosis capitis) เป็นโรคที่เป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขในเด็กทั่วโลก ในปัจจุบันพบว่าการรักษาด้วยยาเคมีสังเคราะห์รักษาได้เฉพาะระยะตัวอ่อน และตัวเต็มวัย ไม่สามารถกำจัดระยะไข่ได้ และมีความเป็นพิษสูง ดังนั้นในปัจจุบันจึงได้มีการคิดค้นยารักษาเหาจากสมุนไพรมาใช้ในการรักษาเพื่อลดความเป็นพิษ และหาสารสกัดที่สามารถกำจัดเหาได้ทุกระยะ โดยการศึกษาครั้งนี้ทำศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดครามในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ศึกษาฤทธิ์ในการกำจัดเหาในระยะไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย พร้อมทั้งศึกษาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายนอกของเหาในระยะตัวเต็มวัยด้วยวิธี Scanning Electron Microscope (SEM) จากการศึกษาฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดครามด้วยวิธี DPPH, ABTS และ FRAP มีค่า IC50 เท่ากับ 254.09 ? 3.55, 45.27 ? 1.40 ug/mL และมีค่า FRAP เท่ากับ 257.93 ? 8.28 (mg FeSO4 equivalent/g extract) ตามลำดับ และมีฤทธิ์ในการยับยั้งการอักเสบโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 262.76 ? 2.34 ug/mL สำหรับผลของสารสกัดครามมีฤทธิ์กำจัดต่อเหาในทุกระยะโดยพบว่า สารสกัดครามที่ความเข้มข้น 500 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร มีผลยับยั้งการฟักตัวของไข่เหา ฆ่าเหาระยะตัวอ่อน และตัวเต็มวัย (100.00 ? 0.00%, 86.67 ? 3.33% และ 73.33 ? 8.28% ตามลำดับ) และการศึกษาสัณฐานวิทยาภายนอกของเหาระยะตัวเต็มวัย พบว่า สารสกัดครามมีผลต่อลักษณะผิวภายนอก ขนรับประสาทสัมผัส และท่อทางเดินหายใจ จากการศึกษานี้สรุปได้ว่า สารสกัดใบครามมีฤทธิ์ในการกำจัดเหาได้ทุกระยะ (ระยะไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย) และนอกจากนี้ยังพบว่า สารสกัดครามมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบได้ดี ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาเป็นยารักษาเหาต่อไปได้