Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

ผลของสารสกัดครามในการกำจัดเหาและต้านการอักเสบ

ปราณี ศรีราช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โรคเหา (Pediculosis capitis) เป็นโรคที่เป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขในเด็กทั่วโลก ในปัจจุบันพบว่าการรักษาด้วยยาเคมีสังเคราะห์รักษาได้เฉพาะระยะตัวอ่อน และตัวเต็มวัย ไม่สามารถกำจัดระยะไข่ได้ และมีความเป็นพิษสูง ดังนั้นในปัจจุบันจึงได้มีการคิดค้นยารักษาเหาจากสมุนไพรมาใช้ในการรักษาเพื่อลดความเป็นพิษ และหาสารสกัดที่สามารถกำจัดเหาได้ทุกระยะ โดยการศึกษาครั้งนี้ทำศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดครามในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ศึกษาฤทธิ์ในการกำจัดเหาในระยะไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย พร้อมทั้งศึกษาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายนอกของเหาในระยะตัวเต็มวัยด้วยวิธี Scanning Electron Microscope (SEM) จากการศึกษาฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดครามด้วยวิธี DPPH, ABTS และ FRAP มีค่า IC50 เท่ากับ 254.09 ? 3.55, 45.27 ? 1.40 ug/mL และมีค่า FRAP เท่ากับ 257.93 ? 8.28 (mg FeSO4 equivalent/g extract) ตามลำดับ และมีฤทธิ์ในการยับยั้งการอักเสบโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 262.76 ? 2.34 ug/mL สำหรับผลของสารสกัดครามมีฤทธิ์กำจัดต่อเหาในทุกระยะโดยพบว่า สารสกัดครามที่ความเข้มข้น 500 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร มีผลยับยั้งการฟักตัวของไข่เหา ฆ่าเหาระยะตัวอ่อน และตัวเต็มวัย (100.00 ? 0.00%, 86.67 ? 3.33% และ 73.33 ? 8.28% ตามลำดับ) และการศึกษาสัณฐานวิทยาภายนอกของเหาระยะตัวเต็มวัย พบว่า สารสกัดครามมีผลต่อลักษณะผิวภายนอก ขนรับประสาทสัมผัส และท่อทางเดินหายใจ จากการศึกษานี้สรุปได้ว่า สารสกัดใบครามมีฤทธิ์ในการกำจัดเหาได้ทุกระยะ (ระยะไข่ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย) และนอกจากนี้ยังพบว่า สารสกัดครามมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบได้ดี ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาเป็นยารักษาเหาต่อไปได้

คำสำคัญ

Anti-inflammationครามHead liceต้านอักเสบเหาIndigofera tinctoria

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาแนวทางปฏิบัติการพยาบาลในการป้องกันและควบคุมเชื้อเอนเทอร์โรแบคทีเรียที่ดื้อต่อยาคาร์บาพีเนมส์ในการดูแลผู้ป่วยเด็ก

ทรรศนันทน์ อ่วมประเสริฐ พ.ศ. 2562

การใช้นมผงผสมโพรไบโอติกแลคโตบาซิลลัสพาราเคซิอายเอสดีวันเพื่อป้องกันฟันผุในเด็กเล็กอายุ 9 เดือน – 1 ปี อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา : การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม

อารีรัตน์ สุทธิเบญจกุล พ.ศ. 2560

โรคติดเชื้อแคนดิดาชนิดบุกรุก : ทางเลือกของยาที่ใช้ในการรักษา

อธิบดี มีสิงห์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2559

ผลการรักษาโรคติดเชื้อในทางเดินหายในส่วนต้นและภาวะท้องเสียเฉียบพลันที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ในเด็กก่อนวัยเรียน เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับและไม่ได้รับยาปฏิชีวนะ

สุชาดา ศรีศรัง พ.ศ. 2558

การรวมวิธีการสกัดแบบขุ่นและการบำบัดทางชีวภาพ สำหรับกำจัดไตรคลอโรเอธิลีนในดินปนเปื้อนชนิดต่างๆ

วิชญา แก้วทิพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2552

การศึกษาพลวัตของเชื้อสแตฟิโลคอคคัส ออเรียสที่ดื้อต่อยาเมธิซิลลิน ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ โดยเทคนิคพีซีอาร์

โชติชนะ วิไลลักขณา มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2551

การศึกษามาตรฐานทางเภสัชเวท ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย & เชื้อรา และการพัฒนาเภสัชภัณฑ์ จากสารสกัดใบฟักข้าวรักษาโรคผิวหนัง

สมพร ภูติยานันต์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2551

การศึกษาการระบาดของเหามนุษย์ในเด็กนักเรียนประถมศึกษาและแนวทางในการป้องกันกำจัดโดยใช้แชมพูและน้ำมันจากพืชสมุนไพร

ศิรวุฒิ สิทธิโชค สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2559

การศึกษาความชุกของเชื้อสแตฟิโลคอคคัส ออเรียส และเชื้อสแตฟิโลคอคคัส ออเรียส ที่ดื้อต่อยาเมทิซิลิน ในผู้ป่วยเด็กไทยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

ศิริวรรณ วนานุกูล พ.ศ. 2559

การรักษาและป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียดื้อยาด้วยฟาจ

นริศร นางาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2556