ผลของขี้เลื่อยกฤษณาที่ใช้เป็นวัสดุเพาะต่อการคุณสมบัติทางชีวเคมีและสารประกอบทางเคมีของเห็ดนางรมภูฏาน (Pleurotus sp.)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ไม้กฤษณาถูกนํามาใช้เป็นยาแผนโบราณเป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้วและน้ํามันหอมระเหยของมันก็ถูกนํามาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตน้ําหอมและช่วยเพิ่มกลิ่นหอมในผลิตภัณฑ์อาหาร อย่างไรก็ตามการสกัดน้ํามันหอมระเหยยังคงมีกากน้ํามันบางส่วนหลงเหลืออยู่ จึงได้มีการนําขี้เลื่อยกฤษณาและใบมาศึกษาฤทธิ์ต้านจุลชีพของขี้เลื่อยกฤษณาพบว่าสารสกัดหยาบที่สกัดด้วยการแช่มีจํานวนชนิดของสารประกอบมากที่สุด (37-89 ชนิด)พบว่าการสกัดด้วยการแช่เมทานอล มีสารประกอบหลัก 3ชนิดคือ 1) Coumarin, 6-benzyloxy-3,4-dihydro-4,4-dimethyl-2) Stigmast-4-en-3-one 3)3-(N-(Benzyloxycarbonyl)sulfanilylamino)-5-methylisoxazole4) 4-Methoxybenzylamine,N,N-dibutyl-สําหรับฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรคพบว่าการต้านเชื้อก่อโรคของขี้เลื่อยกฤษณาไม้สกัดและสกัดไม้มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญต่อเชื้อ B. cereus, S. aureusและ Klebsiella spสําหรับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดเมทานอลพบว่าสารสกัดจากใบมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าสารสกัดอื่น7ถึง 7.5เท่าของขี้เลื่อยกฤษณานอกจากนี้เมื่อนําขี้เลื่อยกฤษณามาเพาะเห็ดนางรมภูฏานพบว่าเห็ดที่ได้จากการเพาะด้วยขี้เลื่อยกฤษณา 50% และ 100% พบสารNoxiptiline ซึ่งเปี้นยาต้านอาการซึมเศร้าที่ไม่พบในเห็ดที่เพาะด้วยขี้เลื่อยยางพารา ทั้งนี้เห็ดที่เพาะด้วยขี้เลื่อยกฤษณามีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเดิมจึงน่าสนใจการบ่งชี้หาสารประกอบเคมีที่มีบทบาทในการออกฤทธิ์ทางชีวภาพ