การพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของช่องทางเข้าออกประเทศพรมแดนทางบก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจบริบทและสภาพปัญหาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันของช่องทางเข้าออกประเทศพรมแดนทางบก โดยใช้แบบสอบถามทางไปรษณีย์ในช่องทางเข้าออกประเทศ พรมแดนทางบก จำนวน 33 ช่องทางทั่วประเทศโดยผู้ให้ข้อมูลคือ ประธานช่องทางเข้าออกฯ จำนวน 1 คน เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานด้านสิ่งแวดล้อมของช่องทางเข้าออกฯ จำนวน 1 คน รวม 66 คน และสำรวจรายละเอียดและสภาพปัญหาของพื้นที่ ช่องทางเข้าออกประเทศพรมแดนทางบก ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจำนวน 8 ช่องทาง โดยใช้เกณฑ์จำนวนผู้เดินทางผ่านเข้าออกประเทศมากที่สุดและน้อยที่สุดโดยเป็นช่องทางเข้าออกประเทศ ที่มีแนวพรมแดนติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 2 ช่องทาง ราชอาณาจักรกัมพูชาจำนวน 2 ช่องทาง สหพันธ์รัฐมาเลเซียจำนวน 2 ช่องทาง และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 2 ช่องทาง รวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 ผลการวิจัยพบว่าในช่องทางฯ ที่มีร้านอาหารให้บริการนั้นทุกช่องทางฯ มีการตรวจตราสุขาภิบาลร้านอาหาร และมีการตรวจการปนเปื้อนทางชีวภาพในอาหาร โดยใช้ชุดทดสอบอาหารอย่างง่าย (Test Kit) ในการตรวจหาการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (SI-Medium) คิดเป็นร้อยละ 40 ช่องทางฯ ที่ใช้แหล่งน้ำอุปโภคที่เป็นแหล่งน้ำดิบที่มาจากน้ำผิวดินมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 35 และมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบ ก่อนนำมาใช้ในการอุปโภคคิดเป็นร้อยละ 57 นอกจากนี้ยังพบว่าร้อยละ 40 ของช่องทางฯ มีปัญหาขยะตกค้างเนื่องจากไม่สามารถจัดการขุด /กลบ/ ฝัง/ เผาขยะเองได้ ณ ช่องทางเข้าออกประเทศพรมแดนทางบกนั้น ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ จำนวนส้วมสาธารณะ ไม่เพียงพอ คิดเป็นร้อยละ 50 ของช่องทางฯ ที่ได้ตอบแบบสอบถามกลับมาช่องทางเข้าออกประเทศพรมแดนทางบกมีการจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลที่มีมาตรฐานเพียง ร้อยละ 60 โดยเป็นระบบที่กำจัด/บำบัดโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบเช่นเทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ช่องทางเข้าออกประเทศพรมแดนทางบกจำเป็นต้องเฝ้าระวังมากที่สุด ๓ อันดับ ได้แก่ การจัดการขยะมูลฝอยทั่วไป/มูลฝอยติดเชื้อ การจัดการน้ำใช้และน้ำบริโภคและการจัดการสุขาภิบาลอาหาร และการจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล ความต้องการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมของช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศพรมแดนมากที่สุดคือ กฎหมาย กฎระเบียบ มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม การประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม และ การสื่อสารความเสี่ยง/สื่อสารสาธารณะ