การพัฒนาเครื่องต้นแบบการแปรรูปขยะอินทรีย์ให้เป็นไบโอดีเซลและแก๊สชีวภาพ ในชุมชน ตำบลบางนางลี่ จังหวัดสมุทรสงคราม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาวิธีการแปรรูปขยะอินทรีย์ให้เป็นไบโอดีเซล และแก๊สชีวภาพในชุมชน ตำบลบางแค จังหวัดสมุทรสงคราม ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ 3 ข้อ ประกอบด้วย การวิเคราะห์หาวิธีการแปรรูปขยะอินทรีย์ให้สามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนในรูปแบบของแก๊สชีวภาพ และไบโอดีเซล โดยอาศัยเทคโนโลยีชีวภาพ ในระดับห้องปฏิบัติการ ทดสอบความเหมาะสมของการแปรรูปขยะอินทรีย์ให้เป็นพลังงานทดแทนในรูปแบบของไบโอดีเซลและแก๊สชีวภาพ ในระดับห้องปฏิบัติการ และหาแนวทางการพัฒนาแปรรูปขยะอินทรีย์ให้เป็นพลังงานทดแทนในระดับชุมชน โดยผลการตรวจสอบ ปริมาณของน้ ามันพืชที่ผ่านการใช้แล้ว และขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายง่ายในครัวเรือนผลการวิจัยพบว่าปริมาณร้อยละโดยน้ำหนัก ประมาณ 35-45 ของขยะทั้งหมดในแต่ละวัน น้ำมันพืชที่ผ่านการใช้แล้วมีปริมาณร้อยละของกรดไขมันอิสระ (Free Fatty acid) 1.5-2.5 ผลการนำขยะอินทรีย์ประเภทเศษอาหารผสมกับแบคทีเรียสายพันธุ์ไทย Pseudomonas stutzeri และ Pseudomonas aeruginosa ในสัดส่วน 1:1 สามารถผลิตแก๊สชีวภาพได้สูงสุด 42.56 และ 42.2 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณต่ำกว่าชุดควบคุมที่ประกอบด้วยเศษอาหารผสมกับมูลโค ในสัดส่วน 1:1 ที่ผลิตเป็นแก๊สชีวภาพได้สูงสูดถึง 68.25 เปอร์เซ็นต์ที่ระยะเวลาผ่านไป 30 วัน ผลการแปรรูปน้ำมันพืชที่ผ่านการใช้แล้วผลิตเป็นไบโอดีเซลที่จากกระบวนทำปฏิกิริยา Transterification โดยใช้แบคทีเรียสายพันธุ์ไทย 6 ชนิด ผสมของเมทานอล 20 เปอร์เซ็นต์ของปริมาตรน้ำมัน ใช้เวลาในการทำปฏิกิริยา 48 ชั่วโมง พบว่าเชื้อแบคทีเรียสายพันธุ์ Pseudomonas stutzeri สามารถผลิตไบโอดีเซล (เมทิลเอสเทอร์) ได้ในปริมาณสูงสุด 89.5 เปอร์เซ็นต์ในสัดส่วน น้ำมันต่อเชื้อ 4 : 1 โดยปริมาตร ค่าความหนืดในช่วง 12.59 cSt. และจุดวาบไฟที่ 172 C และสรุปผลการพัฒนาชุดสาธิตขนาดเล็กที่มีก าลังการผลิตไบโอดีเซลครั้งละ ประมาณ 5 ลิตร และระบบผลิตแก๊สชีวภาพที่มีขนาดความจุของปริมาณแก๊สชีวภาพ 5-10 ลิตร พบว่า น้ำมันพืชที่ผ่านการใช้แล้วในครัวเรือนของชุมชนที่มีค่าปริมาณกรดไขมันอิสระ 1.5-2.5 เปอร์เซ็นต์สามารถใช้แบคทีเรียชนิด Pseudomonas stutzeri และ Bacillus anthracis ในสัดส่วน น้ำมัน : เชื้อ เท่ากับ 4 : 1 สามารถผลิตไบโอดีเซลได้ร้อยละ 65-70 โดยปริมาตร และการผลิตแก๊สชีวภาพจากเศษอาหารในชุดทดลองสาธิตขนาดความจุ 10 ลิตรในระดับชุมชนในสัดส่วน 1 : 1 สามารถผลิตแก๊สชีวภาพได้สูงสุด 40.25 เปอร์เซ็นต์จากเชื้อ Pseudomonas stutzeri และ 39.86 เปอร์เซ็นต์จากเชื้อ Pseudomonas aeruginosa ซึ่งไม่ดีเท่ากับกับมูลโคผสมกับเศษอาหารที่สามารถผลิตแก๊สชีวภาพได้สูงสุด 68.25 เปอร์เซ็นต์ผลการประเมินความรู้ความพึงพอใจ และความสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในชุมชนในระดับดี ทุกประเด็น