กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
วัตถุประสงค์การวิจัย คือ ๑) เพื่ออธิบายนโยบายและกลไกการเสริมสร้างชุมชนเป็นสุขของกลุ่มชาติพันธ์ในกลุ่มจังหวัดสนุก และ ๒) เพื่อวิเคราะห์นโยบายและกลไกการเสริมสร้างชุมชนเป็นสุขของกลุ่มชาติพันธ์ในกลุ่มจังหวัดสนุกบนพื้นฐานทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์นั้น ผู้ให้ข้อมูลหลักสามชุมชนในสามจังหวัดคือ ๑) เจ้าอาวาส ๒) สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล และ ๓) ชาวบ้าน จำนวน ๑๕ คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือการพูดคุยและสัมภาษณ์ ผลของการศึกษาพบว่า ความสุขของคนในชุมชนมีปัจจัยชี้วัดสำคัญของประการ คือ ความเชื่อและประเพณีแสดงอัตลักษณ์ของกลุ่มและเป็นมาที่ของความสุขภายในจิตใจ คุณธรรมและความร่วมมือและสามัคคีของคนในกลุ่ม ส่วนความสุขตามตัวชี้วัดของภาครัฐของชุมชนในโลกสมัยใหม่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจมีความสำคัญ ทั้งหมดประกอบด้วย ๖ ด้าน ๑) การมีสุขภาวะ ๒) เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งเป็นธรรม ๓) ครอบครัวอบอุ่น ๔) ชุมชนมีการบริหารจัดการชุมชนดี ๕) การมีสภาพแวดล้อมดีมีระบบนิเวศที่สมดุล ๖) ชุมชนประชาธิปไตยมีธรรมาภิบาล นโยบายภาครัฐภาครัฐตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาแม่บท พัฒนากลุ่มชาติพันธ์ แผนพัฒนาจังหวัดและหน่วยงานผู้ดำเนินการ เช่น พัฒนาชุมชนธาตุพนมได้ทำกิจกรรมโครงการ ๑) ด้านดำรงชาติพันธ์ วัฒนธรรม ความเชื่อประเพณี ๒) ด้านเศรษฐกิจพอเพียงและสังคมคุณธรรม ๓) ด้านศูนย์เรียนรู้ จำนวน ๘ ศูนย์ ๔) ด้านกลุ่มอาชีพ จำนวน ๗ กลุ่ม ๕) กลุ่มออมทรัพย์ จำนวน ๖ กลุ่ม ๖) กลุ่มจิตอาสา ๓ กลุ่ม ๗) กลุ่มโอท็อป มี ๑๕ ประเภท นโยบายภาครัฐทั้ง ๗ กลุ่มหลักมีกระบวนการดำเนินการมีส่วนร่วมของชุมชน ติดตามผลและประเมินผลอย่างเป็นระบบ ผลสัมฤทธิไม่เพียงการดำเนินนโยบายเป็นรูปธรรมและเป็นระบบเท่านั้น ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือ เงื่อนไขของชุมชนรองรับและสอดคล้องกับแผนนั้น กล่าวคือชุมชนเป็นชุมชนที่มีรากฐานทางวัฒนธรรม ประเพณีที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตน ชุมชนมีความรัก สามัคคีและเปิดรับนโยบายภายนอก ชุมชนมีองค์ประกอบดังกล่าวทำให้นโยบายเหล่านั้นบรรลุผลตามดัชนีตัวชี้วัดของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้สร้างไว้