การประมวลผลสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงเพื่อคาดการณ์โรคสำคัญในพื้นที่ปลูกพริก อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ทำการประเมินความรุนแรงของโรคสำคัญของพริก และศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ปลูก จุลภูมิอากาศในระดับแปลงเกษตรกรและข้อมูลมหา ภาคจากกรมอุตุนิยมวิทยาแพร่ และการจัดการของเกษตรกรที่มีผลต่อการเกิดโรคสำคัญ ซึ่งในที่นี้ ได้แก่โรคแอนแทรกโนส ในพื้นที่เพาะปลูกพริกอำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ เพื่อนำข้อมูลมา พัฒนาแบบจำลองคาดการณ์การเกิดโรคสำคัญในพื้นที่ปลูกพริก และหาแนวทางจัดการที่ เหมาะสมในการผลิตพริกปลอดโรคของเกษตรกร จำนวน 30 ราย ผลการศึกษาการประเมินระดับ ความรุนแรงของโรคแอนแทรกโนสที่เกิดกับต้นพริกในฤดูการผลิต 2559 พบว่า ต้นพริกของ เกษตรกรมีความรุนแรงระดับ 4 (พบอาการของโรคประมาณ 60-90% ของพื้นที่ใบและต้นที่สุ่ม) และระดับ 3 (พบอาการของโรคประมาณ 30-60% ของพื้นที่ใบและต้นที่สุ่ม) มากที่สุด คิดเป็น ร้อยละ 33.33 และ 30.0 ของจำนวนแปลงเกษตรกรทั้งหมด และระดับความรุนแรงที่เกิดกับผล พริก พบว่า ความรุนแรงในระดับ 7 (พบอาการของโรค ?15-25% ของพื้นที่ผลแสดงอาการ เนื้อเยื่อตายและพบ acervuli บนแผล) และระดับ 9 (พบอาการของโรค ?25% ของพื้นที่ผล แสดงอาการเนื้อเยื่อตายภายในแผลเป็นวงซ้อนกัน และพบ acervuli จำนวนมากบนแผล) มาก ที่สุด คิดเป็นร้อยละ 30.0 และ 20.0 ของจำนวนแปลงเกษตรกรทั้งหมด สำหรับปัจจัยทางกายภาพของพื้นที่ปลูกและการจัดการของเกษตรกรที่นำมาวิเคราะห์ ความแปรปรวนของดัชนีการเข้าทำลายของโรค(Percent Disease Index หรือ PDI) บนต้นและ ผลพริก ได้แก่ ลักษณะเนื้อดิน ซึ่งพบว่า ลักษณะเนื้อดินไม่พบความแตกต่างทางสถิติของ%PDI บนต้น แต่พบความแตกต่างของ %PDI บนผลพริกอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) โดยเฉพาะดิน เหนียว และร่วนเหนียวปนทราย สำหรับจำนวนต้น/ตารางเมตรไม่พบความแตกต่างอย่างมี นัยสำคัญของ %PDIบนต้นและบนผลพริก และช่วงเดือนที่ทำการเพาะปลูก พริกทั้ง 5 รุ่น พบ ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของ%PDIบนต้นและบนผลพริก โดย พริกรุ่น 2และ 1 จะมี %PDI บนต้นและบนผลพริกสูงที่สุด โดย%PDIบนต้นเท่ากับ 69.26 และ 64.67 และ%PDIบนผลเท่ากับ 69.40 และ58.29 ตามลำดับ สภาพจุลภูมิอากาศในแปลงของเกษตรกรปีการผลิตพริก 2559 โดยเก็บข้อมูลอุณหภูมิ สูงสุด-ต่ำสุด %ความชื้นสัมพัทธ์ ในบริเวณแปลงเกษตรกร 2 ราย ที่มีสภาพกายภาพของพื้นที่และ รุ่นการปลูกแตกต่างกัน พบว่า ในช่วงเวลาที่เกิดโรคแอนแทรกโนสที่สามารถสังเกตเห็นอาการบน ต้นและผลพริกได้ คือ ช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตพริกครั้งที่ 2 เป็นต้นไปและมีอุณหภูมิในแปลง ปลูกสูงกว่า 27 องศาเซลเซียสเป็นต้นไป และความชื้นสัมพัทธ์ >80% เมื่อเกิดโรคในแปลงเกษตรกรแล้ว ไม่ว่าสภาพอากาศจะเปลี่ยนไป เช่น อุณหภูมิต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส การระบาด ของโรคในแปลงก็จะยังเกิดขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตามความรุนแรงของการเข้าทำลายของโรคขึ้นอยู่ กับการจัดการแปลงของเกษตรกร หากเกษตรกรมีการจัดการระยะปลูกที่เหมาะสม เช่น ปลูก 2 แถวต่อแปลง มีการยกร่องสูง และมีการใช้ปุ๋ยตามผลการวิเคราะห์ดินของกรมพัฒนาที่ดิน อีกทั้ง ยังมีการประเมินสถานการณ์การเกิดโรคอย่างใกล้ชิด และป้องกันกำจัดได้ทันเวลา ทำให้โอกาสใน การเกิดโรคและความรุนแรงในการเข้าทำลายน้อยลง ถึงแม้สภาพอากาศจะเหมาะสมสำหรับการ เกิดโรคแอนแทรกโนสก็ตาม การพัฒนาแบบจำลองคาดการณ์การเกิดโรคแอนแทรกโนสในพื้นที่ปลูกพริกโดยใช้ปัจจัย ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตพริกปี 2559 และ%PDIบนต้นและผลพริก ได้แก่ ค่าคะแนน การระบายน้ำของดิน จำนวนต้น/ตารางเมตร ระยะทางระหว่างแปลงปลูกพริกกับลำน้ำยม pH % อินทรียวัตถุ Available P Exchangeable K และค่าคะแนนทักษะเกษตรกร พบว่า แบบจำลอง คาดการณ์ที่น่าจะมีความเป็นไปได้ในการอธิบายความสัมพันธ์ กล่าวคือ %PDI บนผลพริก ที่มีค่า R2 value เท่ากับ 0.7524 มีเพียงค่าคะแนนทักษะเกษตรกรซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงลบอย่างมี นัยสำคัญ และสมการการคาดการณ์ผลผลิตพริกต่อไร่ มีค่า R2 value เท่ากับ 0.6785 โดยปัจจัยที่ มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญได้แก่ Available P และค่าคะแนนทักษะเกษตรกร และ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เชิงลบอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ Exchangeable K