กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยศึกษาการผลิตพริกไทยที่มีคุณภาพ ประกอบด้วยงานวิจัยการศึกษาและวิเคราะห์สภาพแปลงปลูกพริกไทยในแหล่งปลูกเพื่อเพิ่มคุณภาพและสารสำคัญในพริกไทย การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตโดย ใช้วิธีการผสมผสานในการจัดการดินและการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช การวิจัยด้านการอารักขาพืชเพื่อการป้องกันกำจัดโรครากเน่าและโคนเน่าและแมลงศัตรูที่สำคัญของพริกไทย การศึกษาการพัฒนาหลังการเก็บเกี่ยวพริกไทยเพื่อเพิ่มคุณภาพและเพิ่มมูลค่า วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและเก็บรักษาเพื่อให้ได้พันธุ์และวิธีการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมที่ให้ปริมาณสารสำคัญ piperine สูง ซึ่งการทดลองของโครงการฯ ได้ดำเนินการที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ต.ตะปอน อ.ขลุง จ.จันทบุรี สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร และแปลงเกษตรกร ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 ถึงเดือนกันยายน 2556 ซึ่งมีผลการทดลองมีดังนี้ การศึกษาและวิเคราะห์สภาพแปลงปลูกพริกไทยในแหล่งปลูกโดยการสำรวจสภาพแปลงปลูกพริกไทยในจังหวัดพิษณุโลก จันทบุรี จำนวน 21 ราย พบว่า เกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยเป็นเพศชายและหญิงมีจำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี มีสมาชิกในครัวเรือนที่เป็นแรงงานสมุนไพร 1-3 คน และมีประสบการณ์ในการปลูกพริกไทย 7 ปีขึ้นไป การปลูกพริกไทยของเกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลกส่วนใหญ่มีพื้นที่ปลูกน้อยกว่า 1 ไร่ แต่ในจังหวัดจันทบุรี และระยอง เกษตรกรใช้พื้นที่ในการปลูกมากกว่า 5 ไร่ ลักษณะของดินที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นดินร่วน มีความลาดชันไม่เกิน 0.2% ต้นพริกไทยที่เกษตรกรปลูกในพื้นที่ ส่วนใหญ่มีอายุ 5-10 ปี โดยปลูกพริกไทย 400 ค้างต่อไร่ และใช้ระยะปลูก 2 x 2 เมตรใช้จำนวนกิ่งพันธุ์ 2 กิ่งต่อค้าง พันธุ์พริกไทยที่ใช้ปลูก จังหวัดพิษณุโลกเป็นพันธุ์ซีลอน ส่วนจังหวัดจันทบุรีและระยองเป็นพันธุ์ซาลาวัค การให้น้ำเป็นระบบลากสายยางรด และจะเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ผลผลิตต่อไร่ คือ 2,000-3,000 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตพริกไทยในจังหวัดพิษณุโลกจะจำหน่ายผลผลิตสดทั้งหมด ส่วนจังหวัดจันทบุรีและระยอง จำหน่ายผลผลิตทั้งสด-แห้ง ซึ่งจะมีพ่อค้ามารับซื้อ ณ แหล่งผลิต ซึ่งเกษตรกรมีรายได้จากการขายผลผลิตพริกไทย ประมาณ 100,000–150,000 บาท