การพัฒนาอาชีพและสร้างเครือข่ายด้านการผลิตพริก เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตชุมชนอยู่ร่วมกับช้างป่าอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ช้างป่าในพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และสระแก้ว มีอัตราจำนวนเพิ่มมากขึ้นและมักออกหากินนอกพื้นที่ป่า จึงทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างตามมา โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างเครือข่ายด้านการผลิตพริกซึ่งเป็นพืชที่ไม่ดึงดูดช้าง เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตชุมชนให้อยู่ร่วมกับช้างป่าได้อย่างยั่งยืน มีพื้นที่เป้าหมายคือ หมู่บ้านคชานุรักษ์ ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 19 ครัวเรือน การดำเนินโครงการใช้กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้การปลูกพริกจินดาแดง พร้อมจัดทำแปลงสาธิต เก็บข้อมูลด้านการเจริญเติบโตและผลผลิตพริก พัฒนาผลผลิตพริกตกเกรดเป็นผลิตภัณฑ์น้ำพริกเห็ดสามรสและพริกทอดกรอบโดยทำการศึกษาสูตรที่เหมาะสม ทดสอบค่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์ วิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์ระหว่างการเก็บรักษา วิเคราะห์ต้นทุนการผลิต การยอมรับและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค การวิเคราะห์ผลการวิจัยโดยเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยด้วยวิธี Duncans New Multiple Range Test (DMRT) ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 (?=0.05) ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ซึ่งพบว่า ผลผลิตพริกที่ได้สูงสุดเท่ากับ 927 กิโลกรัมต่อไร่ และต่ำสุดเท่ากับ 608 กิโลกรัมต่อไร่ สร้างรายได้ให้เกษตรกร 51,808 บาทต่อ 1 ฤดูปลูก (3 เดือน) หรือ 17,269 บาทต่อเดือน ซึ่งทัดเทียมและสูงกว่ารายได้ที่ได้รับจากการประกอบอาชีพเดิม ซึ่งอยู่ระหว่าง 3,000 – 18,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากโครงการไปปรับใช้ในการปลูกพริกเสริมรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรูปแบบการปลูกเป็นแบบผสมผสาน ทั้งพริก ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ซึ่งการปลูกพืชมีการวางแผนร่วมกันกับบริษัทผู้รับซื้อ ทำให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์พริกทอดกรอบและน้ำพริกเห็ดสามรสจากพริกตกเกรดเพื่อเป็นต้นแบบการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่พริกตกเกรด พบว?า ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค สามารถเชื่อมโยงกับตลาดได้ และมีความคุ?มค?าต?อการลงทุน แสดงให้เห็นว่า การปลูกพริกซึ่งเป็นพืชที่ไม่ดึงดูดช้างป่า ช้างป่าจึงไม่เข้าทำลายแปลงปลูก เกษตรกรจึงไม่จำเป็นต้องเข้าแปลงปลูกพืชในเวลากลางคืนซึ่งเป็นเวลาออกหากินของช้างป่า ทำให้ลดโอกาสการเผชิญหน้าระหว่างเกษตรกรกับช้างป่าและอาจถูกทำร้ายจนบาดเจ็บหรือถึงแก่ชีวิตในที่สุด อีกทั้งสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ดีทัดเทียมหรือสูงกว่ารายได้เดิม สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ผลิตภัณฑ์พริกทอดกรอบรสต้มยำและน้ำพริกเห็ดสามรส จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และทำให้คนอยู่ร่วมกับช้างป่าได้อย่างยั่งยืน