กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เป้าหมายหลัก คือ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ในการการเพิ่มผลผลิต ลดผลกระทบจากความเสียหายของผลผลิต เพื่อเพิ่มรายได้ของเกษตรกรในการยกระดับคุณภาพชีวิต และวัดผลสำเร็จ ที่ชุมชนมีศักยภาพการผลิตพืชที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม วางแผนดำเนินการในพืขเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ มันสำปะหลัง ถั่วเขียว และพืชเศรษฐกิจชุมชน ได้แก่ มะม่วงหิมพานต์ มะขามหวาน ข่าตาแดง กระชาย และตะไคร้ ปี 2565 ดำเนินภายใต้โครงการร่วมกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก และพิจิตร ประกอบด้วย 6 โครงการย่อย พบว่า โครงการวิจัยย่อยที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังในพื้นที่แห้งแล้งซ้ำซากเพื่อสร้างมูลค่าของชุมชนในเขตภาคเหนือตอนล่าง การทดสอบพันธุ์มันสำปะหลังที่เหมาะสมในพื้นที่แห้งแล้งในเขตภาคเหนือตอนล่าง มันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 72 มีความงอกสูงสุด 98.3 % การทดสอบการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังโดยการจัดการธาตุอาหารร่วมกับการใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์-ทรี ปริมาณธาตุอาหารที่มันสำปะหลังต้องการตามค่าวิเคราะห์ดินเฉลี่ย 11-3-10 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ และการทดสอบการไถระบิดดินดาน พบว่า กรรมวิธีทดสอบมีความสูงต้นมากกว่ากรรมวิธีเกษตรกร โครงการวิจัยย่อยที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถั่วเขียวในสภาพแห้งแล้งหลังนาโดยการใช้ปุ๋ยทางใบ พบว่า การพ่นปุ๋ยเคมีทางใบสูตร 13-0-46 อัตรา 13 กิโลกรัมต่อไร่ ในถั่วเขียวพันธุ์ชัยนาท 3 ที่มีการใส่ปุ๋ยรองพื้นด้วย ปุ๋ยเคมีสูตร 13-46-0 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตถั่วเขียวสูงสุด 211 กิโลกรัมต่อไร่ โครงการวิจัยย่อยที่ 3 วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมะม่วงหิมพานต์และมะขามหวานเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งจังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่า มะม่วงหิมพานต์พันธุ์ศรีสะเกษ 60-1 และศรีสะเกษ 3 มีแนวโน้มปรับตัวได้ดีในจังหวัดอุตรดิตถ์ และปริมาณธาตุอาหารที่เหมาะสมสำหรับการผลิตมะม่วงหิมพานต์ของจังหวัดอุตรดิตถ์คือ อัตรา 0.6-0.2-0.25 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อต้น มะขามหวานคืออัตรา 0.5-0.3-0.25 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อต้น โครงการวิจัยย่อยที่ 4 การวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข่าตาแดงในพื้นที่นาจังหวัดพิจิตร พบว่า ระยะปลูก 100x100 เซนติเมตร ให้น้ำหนักผลผลิตข่าอ่อนสูงสุด 4,050 กิโลกรัมต่อไร่ การประเมินองค์ประกอบธาตุอาหารหลักของข่าตาแดงในพื้นที่นาจังหวัดพิจิตร พบว่า มีความต้องการปุ๋ยเพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโตเท่ากับ 6.82-5.89-30.8 กิโลกรัม N-P2O5-K2O โครงการวิจัยย่อยที่ 5 การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตกระชายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในจังหวัดพิจิตร ทำการศึกษาความต้องการธาตุอาหารของกระชาย การทดสอบการใช้ชีวภัณฑ์บาซิลลัส ซับทีลิส BS-DOA 24 ในการป้องกันกำจัดตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรผลผลิตกระชาย พบว่า วิธีทดสอบมีผลผลิตเฉลี่ย 2,733 กิโลกรัมต่อไร่ พบเปอร์เซ็นต์โรคเหี่ยวระยะการเจริญเติบโต 3 เดือน เฉลี่ย 12.46 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในวิธีเกษตรกร มีผลผลิตเฉลี่ย 2,195 กิโลกรัมต่อไร่ พบเปอร์เซ็นต์โรคเหี่ยว 13.24 เปอร์เซ็นต์ โครงการวิจัยย่อยที่ 6 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตะไคร้ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ทำการศึกษาเทคโนโลยีการผลิต ได้แก่ การเขตกรรม เช่น จำนวนต้นและระยะปลูกที่เหมาะสม ศึกษาความต้องการของธาตุอาหารธาตุ ที่เหมาะสมในพื้นที่ในการเพิ่มผลผลิตตะไคร้ ได้พันธุ์ตะไคร้พันธุ์เกษตรเขียว และพันธุ์เกษตรกรขาว เหมาะสมที่จะแนะนำให้เกษตรกรปลูกเป็นพันธุ์เพื่อการตัดต้นและตัดใบในจังหวัดเพชรบูรณ์
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
เกษตรกรนำเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างซึ่งเป็นผลผลิตของโครงการวิจัย นำมาทดสอบในแปลงเกษตรกร โดยเน้นให้เกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วม โดยเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรร่วมกัน ประเมินผลของเทคโนโลยี เปรียบเทียบกับวิธีปฏิบัติเดิม หากพบว่าวิธีปฏิบัติเดิมที่มีอยู่มีจุดอ่อนหรือเทคโนโลยีใหม่มีข้อจำกัดบางประการ สมควรปรับให้ดีขึ้น ให้เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่สามารถแก้ไขปัญหาและเหมาะสมกับพื้นที่ โดยเน้นให้เกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในการทดสอบ ในลักษณะประเมินผลของการทดสอบเปรียบเทียบกันในวิธีการต่างๆ และปรับวิธีการให้เป็นที่ยอมรับของชุมชนในปีถัดไป จนได้เทคโนโลยีที่เป็นที่ยอมรับของชุมชน หลังจากนั้นจึงถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว ผ่านกิจกรรมการทำแปลงต้นแบบ มีเกษตรกรต้นแบบ และจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้ขยายผลสู่ชุมชนใกล้เคียง ให้สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ได้
กรมวิชาการเกษตร มีเทคโนโลยีที่ผ่านการวิจัย ทดลอง และทดสอบ ที่ประสบผลสำเร็จในชนิดพืชมันสำปะหลัง เช่น การเขตกรรม การไถระเบิดดินดาน การจัดการธาตุอาหาร (อัตรา 16-8-16 กก.N-P2O5-K2O/ไร่) พันธุ์ที่เหมาะสมกับชุดดินวารินและสตึก คือระยอง 5 ซึ่งสามารถนำหลักการมาพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง ในพื้นที่แห้งแล้งของเขตภาคเหนือตอนล่างได้ สำหรับมะม่วงหิมพานต์ มะขามหวาน และถั่วเขียว เทคโนโลยีที่นำไปใช้ มีความพร้อมในระดับหนึ่งคือพันธุ์มะม่วงหิมพานต์ (ศรีสะเกษ 60-1 และศรีสะเกษ 3) ส่วนการจัดการธาตุอาหาร และการปรับปรุงคุณภาพผลผลิต ด้วยการใช้ โพแทสเซียม และแคลเซียม ด้วยการใส่ทางดินและการฉีดพ่นทางใบ ยังต้องมีการศึกษาถึงความเหมาะสม และความคุ้มทุนในการปฏิบัติของเกษตร การทดสอบวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น การเขตกรรม การจัดการธาตุอาหาร ที่ประสบความสำเร็จในพืชวงค์ขิงข่า (Zingiberaceae) เช่น ขิง ขมิ้น ปทุมมา ซึ่งสามารถที่จะนำผลการทดสอบในศูนย์สถานี มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานวิจัยใน ข่าตาแดงและกระชาย ซึ่งเป็นพืชที่อยู่ในวงค์เดียวกัน ขณะเดียวกันกรมวิชาการเกษตรมีชีวภัณฑ์บาซิลลัส ซับทีลิส (Bacillus subtilis: BS-DOA 24) ที่มีศักยภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacerum ซึ่งเป็นเชื้อสาเหตุของโรคเหี่ยวในข่าตาแดง และกระชาย ที่พบในพื้นที่ อีกทั้งกรมวิชาการเกษตรมีเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งประสบความสำเร็จในพื้นที่ปลูกแหล่งอื่น เช่น การควบคุมโรคเหี่ยวกระชายในพื้นที่จังหวัดนครปฐม โดยแช่เหง?าพันธุ?กระชายในชีวภัณฑ? Bacillus subtilis ความเข?มข?น 108-109 หน่วยโคโลนีต่อมิลลิลิตร นาน 1 ชั่วโมง ร?วมกับการปรับสภาพดินโดยผสมปุ?ยยูเรีย และปูนขาวในอัตราส?วน 1:10 ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถนำมาทดสอบในแปลงเกษตรกรในพื้นที่ได้ทันที
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area
รายละเอียด นำเทคโนโลยีไปทดสอบแนวทางการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ ประเมินผลของเทคโนโลยี หากพบว่าเทคโนโลยีใหม่มีข้อจำกัดบางประการ ควรมีการปรับให้ดีขึ้น เพื่อเป็นเทคโนโลยีที่สามารถแก้ไขปัญหาและเหมาะสมกับพื้นที่ โดยเป็นความเห็นร่วมของทุกฝ่าย ยืนยันผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผ่านความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชนว่าปฏิบัติได้และเกิดประโยชน์ จนเป็นที่ยอมรับและเหมาะสมกับพื้นที่
รายละเอียด ได้ทำการวิเคราะห์ปัญหาการผลิตร่วมกับกลุ่มเกษตรกรตลอดจนความต้องการของพื้นที่ เพื่อวางแผนและดำเนินการวิจัยเพื่อหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ร่วมกับกลุ่มเกษตรกร/ประธานกลุ่ม เช่น ประเด็นปัญหา ผลกระทบจากภัยแล้งของมะม่วงหิมพานต์ต่อผลผลิตและคุณภาพของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหาดไก่ต้อย หมู่ที่ 3 ตำบลหาดล้า อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ปัญหาคุณภาพมะขามหวานจากประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลไม้บ้านเสี้ยว ม. 1 ต.บ้านเสี้ยว อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ มันสำปะหลังจาก ผู้นำชุมชนหมู่ 3 ต.นายาง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ และเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเขียว อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ว่าผลผลิตได้รับผลกระทบในลักษณะใดบ้าง และมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยลดผลกระทบได้บ้าง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดแนวทางการทดลองเพื่อแก้ปัญหาต่อไป ปัญหาขาดเทคโนโลยีการผลิตและการระบาดของโรคเหี่ยวของเกษตรกรผู้ปลูกข่าตาแดง ต.ทุ่งน้อย อ.โพทะเล จ.พิจิตร เกษตรกรผู้ปลูกกระชาย ต.ดงเสือเหลือง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร และเกษตรกรผู้ปลูกตะไคร้ จ.เพชรบูรณ์ ปัจจัยใดเป็นปัจจัยที่สำคัญที่เป็นตัวจำกัดประสิทธิภาพในการผลิตของพืชแต่ละชนิดในแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้เป็นตัวกำหนดแนวทางในการวางแผนในการแก้ปัญหา